Skip links

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

Take this mind, take this pen
Take this dream of a better land
Take your time, build a home
Build a place where we all… can belong

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

ลาอู (Laau) ในภาษาฮาวาย นอกจากจะแปลว่าการรักษาเยียวยาด้วยต้นไม้ มันยังเป็นชื่อของคาเฟ่แห่งหนึ่งซึ่งเปิดมาได้เกือบ 1 ปี บนถนนบางขุนนนท์ คาเฟ่จิ๋วที่ฝันยิ่งใหญ่ถึงการเปลี่ยนโลก

แต่ก่อนจะกล้าฝันใหญ่แบบนี้ บางทีอาจเริ่มต้นจากความสูญเสียก่อน 

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

ก่อนหน้านั้นทั้ง 2 คนทำงานประจำ มีชีวิตคล้ายพนักงานออฟฟิศทั่วไป ปอ-ธนาวุฒิ โชติประดิษฐ เป็นช่างภาพนิตยสารบ้านและสวน ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน ตอนที่รู้ว่าคนในบ้านเริ่มป่วยเป็นมะเร็งกันถึง 3 คน เขาพยายามหาทางรักษาครอบครัวด้วยวิถีต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ธรรมชาติบำบัด แต่นั่นก็ยังไม่ทัน ไม่สามารถยื้อชีวิตคนที่เขารักเอาไว้ได้ 

เขาบอกว่ามันช่างน่าเสียดายที่ในยุคนั้นไม่มีสื่อหรือคนที่พูดถึงเรื่องธรรมชาติมากสักเท่าไร 

ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีว่า ด้วยการงานทำเขาให้ต้องเดินทางเยอะ และทำให้ได้รู้จักการทำเกษตรอินทรีย์ หลังจากนั้นเขาเลยเชื่อว่าอาหารที่ดีมันมีพลังมากกว่าจริงๆ เขาเริ่มเชื่อในการเยียวยารักษาของธรรมชาติ 

ส่วน จ๋า-จันทิมา แสงทองสุข เป็นกราฟิกดีไซเนอร์ให้กับนิตยสารเล่มหนึ่งในบริษัทเดียวกัน คอนเน็กชั่นจากการทำงานทำให้ทั้งคู่ได้เจอกับชาวสวนและคนทำเกษตรอินทรีย์มากมายทั่วประเทศไทย  

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

พลังที่พวกเขาได้พบเจอตลอดการทำงาน กลายมาเป็น ‘ลาอู คาเฟ่’ (Laau.cafe) คาเฟ่ที่อยากสนับสนุนเกษตรกรที่ตั้งใจทำเกษตรอินทรีย์ และยังอยากเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับคนทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก นำมาแชร์กันในรูปแบบของอาหาร อย่างเช่น ชาซีลอนจากจังหวัดน่าน กล้วยจากเพชรบูรณ์ มัลเบอร์รี่จากเพชรบูรณ์ ชีสเค้กมะยมเชื่อมที่เจ้าของร้านปลูกมะยมเอง เชื่อมเอง ส่วนมะนาวก็ปลูกเอง และอื่นๆ ตามแต่จะปลูกขึ้นในฤดูกาลนั้นๆ หรือในรูปแบบของเนเชอรัลโปรดักซ์ (Natural Product) เช่น เสื้อย้อมคราม สบู่ ลิปบาล์ม เทียนหอม และอื่นๆ อีกมากมายตามแต่เจ้าของร้านจะสรรหามาได้ในช่วงนั้นเช่นกัน

ถึงแม้ว่าตอนนี้ลาอูคาเฟ่ จะยังเปิดได้ไม่นาน แต่โมเดลที่อยากเห็นความยั่งยืนนี้อยู่ในหัวของพวกเขามานานกว่านั้น 

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

อะไรทำให้พวกคุณคิดว่าการเป็นคาเฟ่จะสามารถสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ได้

งานที่เรา 2 คนทำ เป็นงานที่เกี่ยวกับการสื่อสารมาตลอดอยู่แล้วตั้งแต่ทำนิตยสาร พอมาทำร้านกาแฟ มันก็เหมือนเป็นตัวสื่อสารแมสเสจของเราได้เหมือนกัน ณ ตอนนี้มันยังเป็นตัวเชื่อมที่ง่ายที่สุดที่เราสองคนพอทำได้ 

จริงๆ เราก็มีความคิดว่าอยากทำโฮมสเตย์ แต่ยังไม่เจอที่ๆ เหมาะสมในตอนนี้ ถ้าวันหนึ่งมีโอกาสเหมาะ เราอาจจะย้ายไปต่างจังหวัด ทำคาเฟ่ หรืออาจเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นอย่างอื่น แต่ที่แน่ๆ คือยังต้องเป็นโมเดลแบบนี้ สิ่งที่เราจะสื่อสารต่อไปยังเป็นเรื่องพวกนี้อยู่ 

ไอเดียของการมีของมาขายในร้านควบคู่ไปกับอาหารมาจากไหน

มันเกิดจากตอนที่เรา 2 คนทำงานนิตยสารเหมือนกันนั่นละ เราได้เจอเกษตรกร ได้เจอคนทำโปรดักซ์ที่น่าสนใจเยอะมาก ตลอดระยะเวลานั้น เลยกลายเป็นคอนเน็กชั่นที่เรามีกับคนเหล่านี้ รวมถึงคนรอบข้างเราที่เป็นคนเมือง คนทำงานออฟฟิศเหมือนกัน แต่กลับบ้านไปปลูกโน่นนี่ ไปเป็นเกษตรกรเต็มตัวกันหลายคน ทำให้เราเริ่มคิดว่าจะทำอะไรที่จะเป็นการสนับสนุนพวกเขาได้บ้าง

เราเลยนึกถึงความฝันที่อยากรวบรวมผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นมาขายให้มากที่สุด แต่สารภาพว่าพอทำจริงๆ กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะวัตุดิบอย่างอาหารซึ่งต้องมีปัจจัยเรื่องเวลามาเป็นข้อจำกัด เราเลยพยายามรวบรวมอะไรที่พอขนส่งได้ เก็บได้ ไม่บูดเน่า เราอยากช่วยเหลือสนับสนุนคนที่เขาทำโปรดักซ์ดีๆ และทำหน้าที่เป็นตัวส่งต่อเท่าที่กำลังของคน 2 คนจะทำได้

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก
Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

แล้วทำไมถึงเลือกกรุงเทพฯ 

เมื่อ 7 ปีก่อน เราเคยเปิดร้านแบบนี้ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พอตอนหลังราคาค่าเช่าที่เริ่มขึ้นสูงมากพอๆ กับกรุงเทพฯ เราเลยตัดสินใจย้ายมาเปิดที่กรุงเทพฯ และเลือกถนนเส้นนี้ เพราะเราสองคนค่อนข้างคุ้นเคย ผ่านอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่ตอนทำงานประจำ แล้วราคาตึกแถวนี้ก็ไม่ได้โหดเท่าในเมือง เรารีโนเวทตึกเก่าตึกนี้ซึ่งเคยเป็นคลินิกมาก่อน ใช้เวลา 6 เดือน ปั้นกันขึ้นมาเอง

เหตุผลอีกอย่างที่เราต้องทิ้งเพชรบูรณ์มาก เพราะตอนเราเปิดคาเฟ่ที่นั่น เชื่อมั้ยว่าไม่มีใครสนใจเราเลย เรื่องวิถีธรรมชาติ เรื่องออร์แกนิคอะไรไม่ต้องพูดถึง คนเดินผ่านเราไปแบบไม่สนใจเลย 

ต้องต่อสู้กับอะไรบ้างที่นี่ 

ถ้าพูดถึงระดับความสบายใจ มันไม่เท่ากันอยู่แล้ว อยู่ต่างจังหวัดเราอาจสบายใจมากกว่า แต่ต้องแลกกับเงินที่น้อยลง อยู่กรุงเทพฯ เราก็ต้องดิ้นกันมากขึ้น เพื่อเงินที่มากกว่า

เเรกๆ เราต้องต่อสู้กับเรื่องของราคาอาหาร ซึ่งมันอาจไม่ได้แพงขนาดนั้น แต่ด้วยหน้าตาขนมกับเครื่องดื่มของเราดูธรรมดามาก เรียบๆ บ้านๆ แต่มั่นใจว่าใช้ของดีนะ เพราะถ้าใช้ของไม่ดีอีก มันจะเลวไปเลย (หัวเราะ) 

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

 ความยากของการขายอาหารที่มาจากวัตถุดิบธรรมชาติมีอะไรบ้าง

มันมีปัจจัยหลายอย่างมากที่ทำให้ขนมชิ้นหนึ่งออกมาดีหรือไม่ดี ตั้งแต่วัตถุดิบที่ได้มา สภาพอากาศ การขนส่ง จนถึงปัจจัยของคนทำอย่างเรา ทุกอย่างมันแปรผันตามกันหมด ยิ่งเป็นของธรรมชาติ ยิ่งควบคุมยาก แล้วขนมเราไม่มีอะไรใส่สารกันบูดเลย อาทิตย์ไหนคนไม่เข้าร้านแล้วขนมเหลือ เรากินเองหมด ไม่กล้าขาย กลัวไม่อร่อย 

เราจำเป็นต้องตอบให้ได้ว่าอันนี้อะไร ทำจากอะไร ใช้วัตถุดิบจากไหน คนกินแค่อยากรู้ว่าเขากินอะไรเข้าไป เขาจ่ายเงินกับอะไร เราบอกลูกค้าตรงๆ เลยว่ารสชาติจะเป็นแบบไหน เขารับได้มั้ย เราใช้แป้งไม่ขัดขาวนะ ใช้เนยสด ยีสต์สด พยายามใช้วัตถุดิบจากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ให้น้อยที่สุด

เชื่ออย่างหนึ่งว่าคนกินจะรู้ถึงความแตกต่างเอง แต่ก็มีคนที่เขากินครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาอีกเลยเหมือนกัน ซึ่งเราต้องยอมรับตรงนี้ และยินดีรับคำติชมอยู่แล้ว 

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

ปัจจัยของการใช้วัตถุดิบทำให้ต้นทุนแพงขึ้นมั้ย แล้วจะได้กำไรเหรอ

จริงๆ แล้วเราเเทบไม่มีอะไรเหลือเลย (หัวเราะ) ถ้าพูดตรงๆ วัตถุดิบเราไม่มีอะไรได้กำไรเลย ขาดทุนอีกต่างหาก แค่คิดว่าถ้าของเราดีจริงๆ ต้นทุนมันจะไปบาลานซ์กับรายได้เอง แล้วเรา 2 คนก็เป็นประเภทเอาความสุขเป็นที่ตั้ง ไม่ได้เป็นนักการค้ากันเลย เรายังต้องหาบาลานซ์ระว่างแพชชั่นกับธุรกิจกันมากกว่านี้  

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

ทำไมของที่มาจากธรรมชาติถึงมีต้นทุนเเพง

ถ้าไม่นับแพ็กเกจจิ้งของโปรดักซ์นะ สิ่งที่ทำให้มันแพงกว่าของทั่วๆ ไปคือกระบวนการของมัน อย่างของเราเนี่ย เเม่เรานั่งถอนหญ้าต้นไม้ทุกต้นด้วยมือ เพราะยาฆ่าหญ้าก็ใช้ไม่ได้ ผลไม้ทุกอย่างก็ใช้ยากันราไม่ได้ ต้องค่อยๆ ห่อด้วยมือ ต้องหาวิธีกันแมลงเองโดยไม่ใช้สารเคมี มันเป็นกระบวนการที่ควบคุมยาก เพราะมีธรรมชาติเป็นปัจจัยหลัก

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

ถ้าในแง่ธุรกิจที่มันไม่ได้ทำกำไร แถมขาดทุนเป็นบางครั้ง แล้วทำไมถึงยังอยากใช้คาเฟ่เป็นตัวกลางสื่อสารเรื่องนี้

เราโตมากับต้นไม้ แม่เราปลูกเก่ง ปลูกเยอะมาก เรียกว่ามีแม่เป็นแรงบันดาลใจให้ใช้ชีวิตแบบธรรมชาติ 

โชคดีอีกอย่างที่เราเป็นคนทำนิตยสารในยุคเริ่มต้นของการพูดเรื่องออร์แกนิกในบ้านเรา ซึ่งน่าจะเป็น 10 ปีมาแล้ว ตอนนั้นมีการจัดตลาดนัดออร์แกนิคเป็นครั้งแรกๆ มีการรณรงค์ให้คนกินผักปลอดภัยจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเราได้ทำธีมเล่มเกี่ยวกับชาวนา ชาวสวน การทำเกษตรอินทรีย์หลายเล่มมาก ถึงจะไม่ได้ลงพื้นที่เองเหมือนกับพี่ปอที่เป็นช่างภาพ เพราะอยู่ฝ่ายกราฟิก แต่เราก็ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคนพวกนั้นแทบทั้งหมด 

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

มันทำให้เราซึบซับเรื่องอะไรพวกนี้ไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อมีโอกาส เลยอยากเอาความรู้ตรงนั้นมาบอกคนอื่น เริ่มจากคนรอบตัว  ให้เขาเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตตั้งแต่เนิ่นๆ 

เราโตมาในยุคที่ผู้ใหญ่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย ว่ากันจริงๆ เพิ่งมาเห็นคนจริงจังเรื่องโลกร้อนเมื่อไม่กี่ 10 ปีมานี้เอง ตอนนี้เรายังได้เห็นภูเขาสีเขียว หรืออากาศหนาว แต่รุ่นหลานเราอาจไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวในประเทศไทยแล้วก็ได้ ในอนาคตอาจจะมีทุกอย่าง แต่ไม่มีต้นไม้เหลือแล้ว ถ้าเราเริ่มเร็ว คนรุ่นต่อไปก็จะได้รับรู้เร็ว แล้วช่วยการเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลา

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

เคยมีบางคนบอกว่าคาเฟ่นี่แหละเป็นตัวสร้างขยะอันดับต้นๆ เลย 

จริง เราเคยไปอบรมเรื่องเกษตรอินทรีย์ บางคนถึงขั้นเกลียดคาเฟ่เลยรู้มั้ย เพราะคาเฟ่ผลิตขยะพลาสติกจำนวนมาก แค่จากแก้วกับหลอดก็ไม่รู้วันละเท่าไรแล้ว โดยเฉพาะในยุคนี้ ชาไข่มุกแข่งกันทำราคาให้ถูกมากๆ ให้คนซื้อง่าย สุดท้ายก็คือทำให้คนเจ็บป่วย กับขยะพลาสติกที่ล้นทะเล

ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วคาเฟ่กับวิถีสายกรีนจะอยู่ร่วมกับชีวิตของคนเมืองจริงๆ ได้ยังไง

มีคนแวดล้อมเราหลายคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบพกกล่องข้าว พกช้อนส้อม พกแก้วส่วนตัว คือระวังมากกับการสร้างขยะพลาสติก ซึ่งมันอาจดูเหนื่อยนะ แต่เรากลับดีใจกับเขา ถ้าทำได้เราก็อยากจะทำ เราคิดว่าใครทำได้แค่ไหนก็ทำ จาก 100% พยายามคนละนิด คนละ 10% ก็ยังดี

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

แต่ไม่จำเป็นว่าเป็นสายกรีนแล้วจะต้องตึงถึงขั้นไม่แตะเลย แค่เปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆ ที่เคยทำ ค่อยๆ  เปลี่ยนความเคยชินของเขาทีละนิดโดยที่เขาไม่รู้ตัว เช่น จากที่เคยหยิบหลอดพลาสติกก็ไม่หยิบเเล้ว บางคนเอาหลอดสแตนแลสมาเอง จากที่ใช้แก้ว Take away พลาสติก เราก็บอกว่า ถ้าใครเอาแก้วมาเองเราลดราคาให้อีก อะไรแบบนี้ หลังจากนี้ตั้งใจว่าจะไม่มีหลอดให้เลย ถ้าใครจะใช้จริงๆ ก็ค่อยหยอดกระปุกเอา แล้วเราจะเอาเงินนั้นไปบริจาคมูลนิธิทางทะเล สิ่งสำคัญคือต้องสื่อสารให้เขาเข้าใจจุดประสงค์ของเราให้ได้ว่าเราทำแบบนี้ไปทำไม มันไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่ใช่ว่าเราขี้เหนียว ประหยัดไปหมดนะ แต่มันเป็นเรื่องของมนุษย์ เรื่องของอนาคตโลกเราล้วนๆ  

อย่างเมื่อก่อนเราซื้อเสื้อผ้าบ่อยมาก เป็นตัวสร้างขยะเลย มาตอนนี้อันไหนไม่ใช้เราส่งต่อ ให้คนอื่นแทนการทิ้งไปซะเฉยๆ เราก็เริ่มจากการเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมของตัวเองนี่แหละ ก่อนจะซื้อต้องคิด มีหรือยัง มีเท่าไร จำเป็นต้องซื้อมั้ย ก่อนจะทิ้งก็ต้องคิดเหมือนกัน

เราไม่ได้เป็นกระบอกเสียงอะไรหรอก แต่เชื่อว่าคนที่เข้ามาที่นี่จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศมวลรวมไปเอง 

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก

ความสุขทุกวันนี้ของพวกคุณคืออะไร

ก่อนหน้านี้ เราทำงานจนไม่มีเวลาให้ตัวเองหรือครอบครัวเลย เราถามตัวเองว่าวันหนึ่งถ้าไม่ได้ทำงานนี้เราจะทำอะไรได้บ้าง เราอยากใช้ชีวิตแบบที่เรากำหนดเองได้ ถึงวันนี้จะไม่ได้ทั้งหมดก็ตาม

พอทำไปเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเองแล้ว ไม่ใช่มีแค่เราที่เป็นคนส่งต่อ แต่ลูกค้าเองก็ส่งกลับมาหาเราเช่นกัน กลายมาเป็นมิตรภาพที่ทุกคนอยากแบ่งปันสิ่งดีๆ เกษตรกรหรือคนทำโปรดักซ์ก็เหมือนไว้เนื้อเชื่อใจกันกับเรา พอเขารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

ทุกวันนี้ได้พลังจากเพื่อนๆ ที่เป็นเกษตรกรเยอะมาก พอเขารู้ว่าเราจะทำขนม ทำเครื่องดื่ม เราอยากได้อะไร บางทีเขาส่งวัตถุดิบมาให้เราเลย มันเหมือนเป็นแม่เหล็กที่ดูดคนเหล่านี้เข้ามา ดึงดูดลูกค้าที่เป็นคนประเภทเดียวกันเข้ามาหาเราด้วย

อยากให้ร้านนี้เป็นที่ปลดปล่อยพลังธรรมชาติออกไปให้มากที่สุด  

-ใครนำแก้วกับหลอดส่วนตัวมาเอง ใครที่ปั่นจักรยานมา ไถสเก็ตบอร์ดมา ทางร้านเขาก็ยินดีลดราคาเครื่องดื่มให้ไปเลยจ้า (เดินมาไม่นับ!) 

ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe)142/21
ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพมหานคร 10700
เปิดบริการ : วันพุธ-อาทิตย์ เวลส : 11.00-18.00 น.
(ปิดวันจันทร์-อังคาร)
Facebook : https://www.facebook.com/laaucafe/

Dream of a Better Land : ลาอู คาเฟ่ (Laau.cafe) ร้านกาแฟตัวเล็กที่ฝันถึงการเปลี่ยนโลก
Shares