Skip links

KLĀY (คลาย) แบรนด์ Home Living Lifestyle ที่กลับสู่ความเรียบง่ายและยั่งยืน

งานออกแบบ สถาปัตยกรรม งานศิลปะ ดนตรี และความผ่อนคลาย คือส่วนผสมของ KLĀY (คลาย) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและสินค้า Home Living Lifestyle ที่ออกแบบด้วยแนวคิดของการกลับสู่ความเรียบง่าย เพราะเชื่อว่างานดีไซน์ที่เรียบง่ายจะช่วยลดทอนความวุ่นวายต่างๆ ในชีวิตได้ 

แม้ว่าจะไม่ได้เรียนด้านดีไซน์โดยตรง ต้า – วัชรากรณ์ ต่อกิตติกุล ยังคงสนใจงานออกแบบ สถาปัตยกรรม ศิลปะ ดนตรี  และความผ่อนคลาย หลังกลับจากการไปเรียนที่ออสเตรเลีย เขากลับมาเมืองไทยด้วยความคิดที่อยากเปิดสปาเป็นของตัวเอง แต่ด้วยการแข่งขันของธุรกิจสปาในเมืองเชียงใหม่ รวมถึงสถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบโดยตรง เขาจึงหันมาเริ่มต้นทำธุรกิจที่เกี่ยวกับความผ่อนคลายในรูปแบบอื่น ที่ยังตอบโจทย์ครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ได้อยู่  ตามนิยามของแบรนด์ที่ว่า ‘Relax through your senses’

แนวคิดของ Scandinavian Design ถูกนำมาใช้เป็นคอนเซ็ปต์หลักในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ KLĀY ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุธรรมชาติ การคงไว้ซึ่งสีจริงของวัสดุ อย่างเซมิกที่เผาออกมาเป็นสีนั้นตามธรรมชาติ ผิวสัมผัสด้าน โดยไม่ผ่านการเคลือบ สะท้อนให้เห็นความงามของวัสดุดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี

เช่นเดียวกับก้อนเซรามิกกระจายกลิ่น ‘KLĀY Cube’ ผลิตภัณฑ์ที่ค้นพบจากความผิดพลาดในการทำถ้วยเทียนหอม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกของแบรนด์ เนื่องจากถ้วยเซรามิกไม่ผ่านการเคลือบ เมื่อใส่น้ำมันเทียนลงไป จึงเกิดการรั่วซึมของของเหลวด้านใน บวกกับการเผาที่ความร้อนไม่ถึงจุด ทำให้เซรามิกเกิดรูพรุน และมีกลิ่นหอมของน้ำมันเทียนกระจายออกมา เกิดเป็นไอเดียที่ว่าก้อนเซรามิกก็น่าจะนำมาใช้กับน้ำมันหอมระเหยได้เหมือนกัน ด้วยคุณสมบัติที่แม้จะตั้งทิ้งไว้เป็นเวลานาน ก็ยังสามารถดูดซับและกระจายกลิ่นได้ดี 

ก้อนเซรามิกถูกออกแบบให้มีรูตรงกลาง (ไม่ได้ทึบอย่างที่เห็น) เพื่อให้เกิดการถ่ายเทอากาศระหว่างด้านนอกและด้านใน เมื่อหยดน้ำมันหอมระเหยลงไป พื้นผิวเซรามิกจะดูดซับ โดยมีอากาศที่ผ่านเข้าออกเป็นตัวกระจายกลิ่น ข้อดีของก้อนเซรามิกคือเมื่อนำไปล้างน้ำและตากแดดให้แห้ง ก็สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกนาน 

ต้าบอกกับเราว่า ในการรีเสิร์ชผลดีผลเสียของวัสดุต่างๆ ต้องผ่านการลองผิดลองถูกมาไม่น้อย และแฝงด้วยกระบวนการทดลองอยู่ในนั้นเต็มไปหมด กว่าจะออกมาเป็นงานดีไซน์เรียบง่ายอย่างที่เห็น

แถบเชียงใหม่บ้านเกิดของต้า เรื่อยไปจนถึงลำปาง มีช่างฝีมือที่ทำงานเซรามิกอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยความชอบในงานฝีมือ และความคิดที่อยากสนับสนุนท้องถิ่นของตัวเอง ต้าจึงเดินทางค้นหาช่างฝีมือที่สามารถตอบโจทย์คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ได้ จนไปเจอกับ ‘ดั่งใจเซรามิก’ (Dung Jai Ceramics Studio) สตูติโอที่นอกจากจะหลงใหลฟอร์มของธรรมชาติเหมือนกันกับ KLĀY แล้ว ยังมีวิถีการทำงานและแนวคิดการทำธุรกิจเหมือนกัน ซึ่งไม่ใช่เเค่เซรามิกจากช่างท้องถิ่นเท่านั้น KLĀY ยังมีบริการเขียนการ์ดอวยพรทำจากกระดาษสาโดยกลุ่มชาวบ้านชุมชนต้นเปา อำเภอสันกำแพง ที่เป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นอีกด้วย 

“ตอนไปเรียนที่ออสเตรเลีย พวกผู้ประกอบการเขามีแนวคิดสนับสนุนอะไรก็ตามที่เป็นท้องถิ่น เช่น งานฝีมือของคนในประเทศ เราอินกับไอเดียนี้มาก ถึงแม้ว่าพอได้มาทำธุรกิจจริงๆ จะรู้ว่ามันก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง อย่างเรื่องของต้นทุนการผลิตที่อาจสูงกว่าโรงงานขนาดใหญ่ทั่วไป ซึ่งแบบนั้นเราอาจได้ปริมาณ หรือได้ราคาต้นทุนตามที่เราต้องการ แต่เราจะไม่ได้คุณค่าของงานฝีมือจากชุมชน” 

ในยุคที่คนอยู่บ้านและมองหาสุนทรียะรอบตัวมากขึ้น สินค้าประเภทของแต่งบ้านกลายเป็นหนึ่งในสินค้าขายดีที่มีการวิเคราะห์ว่ามันอาจกลายเป็น ‘Fast Homeware’ หรือของแต่งบ้านแบบฉาบฉวยตามเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป ไม่ต่างกับ Fast Fashion ที่ผลิตโดยไม่คำนึงถึงทรัพยากร และบริโภคมากเกินจำเป็น จนเกิด Waste ต่างๆ ตามมา

‘ความยั่งยืน’ คือหัวใจหลักในการทำธุรกิจของ KLĀY วัสดุอย่างเซรามิกที่เลือกนำมาใช้ทำถ้วยเทียน เซรามิกกระจายกลิ่น และผลิตภัณฑ์ชิ้นอื่นๆ นอกจากจะให้สุนทรียะในด้านงานออกแบบเหมือนเป็นของแต่งบ้านที่ใช้งานได้จริงแล้ว ข้อดีของเซรามิกคือสามารถล้างคราบออกได้สะอาดเหมือนใหม่ และใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ (ถ้าไม่ทำแตกก่อน) กับโปรแกรม Return > Refill > Repeat ของ KLĀY เพียงแค่ส่งถ้วยเทียนที่ใช้หมดแล้วกลับมาให้แบรนด์ทำความสะอาด เติมน้ำเทียน และส่งกลับถึงบ้านเรา เพื่อนำมาใช้ต่อไปได้อีกหลายครั้ง

KLĀY (คลาย) แบรนด์ Home Living Lifestyle ที่กลับสู่ความเรียบง่ายและยั่งยืน

นอกจากลด Waste ของวัสดุตั้งแต่ต้นทางแล้ว ในยุคของการซื้อสินค้าออนไลน์ ขยะจากบรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ผลิตภัณฑ์ของ KLĀY เลือกบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด โดยห่อด้วยกระดาษรังผึ้งที่ทำจากกระดาษรีไซเคิล บรรจุใส่กล่องพัสดุ แล้วกันกระแทกด้วยผักตบชวาแห้งแทนการใช้พลาสติก โดยไม่จำเป็นต้องมีบรรจุภัณฑ์เป็น ‘กล่องในกล่อง’ อีก เพื่อลดการใช้ทรัพยากรที่แฝงมากับการขนส่ง และใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นเท่านั้น 

“ปัญหาสิ่งแวดล้อมในจังหวัดเชียงใหม่ค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดขึ้นทุกปี พอเราทำธุรกิจ โจทย์ของเลยเป็นการทำธุรกิจให้ยั่งยืนมากที่สุด อาจจะมีเรื่องต้นทุน มีวิธีการ หรือขั้นตอนที่เพิ่มมากขึ้น แต่ถ้ามองในระยะยาว มันดีกว่าอยู่แล้ว เพราะมันคือพื้นที่ที่เราอยู่อาศัย มันคืออากาศที่เราหายใจ” 

“ถ้าธุรกิจเราอยู่ได้ และตอบแทนกลับไปสู่คนอื่นได้ด้วย มันก็น่าจะดี”



KLĀY
Fouders :
วัชรากรณ์ ต่อกิตติกุล
ธารณ บุญศรีภูมิ
ปวีณ์ธิดา เลาหพงศ์ชนะ
เผ่าเพชร เจริญสุข
อัญญ์ชิสา ศิลป์ตระการผล
Instagram : @klaythailand
Website : www.klaythailand.com
*ขอบคุณภาพบางส่วนจาก KLĀY

Shares