Skip links

พิชัย แก้ววิชิต |ค้นหาความงามในความยุ่งเหยิง บนถนนกรุงเทพฯ

15.00 น. บนถนนกรุงเทพฯ 

เรามีนัดกับ เอก – พิชัย แก้ววิชิต ที่ร้านกาแฟและแกลเลอรี่ Craftsman x บ้านอาจารย์ฝรั่ง ซึ่งเป็นที่ที่เขากำลังแสดงงานอยู่ข้างบนชั้น 2 ของร้าน ร่วมกับศิลปินอีก 3 คน 

ชื่อของพิชัย แก้ววิชิต เริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อปีที่แล้ว หลังจากสื่อหลายสำนักเจอตัวเขา พร้อมกับเปิดเผยเรื่องราวของหนุ่มวัยกลางคน ทำอาชีพขับวินมอร์เตอร์ไซค์ย่านราชเทวี แต่มีความฝันคือการถ่ายรูปไปด้วย ผลงานของเขาเตะตาคนในแวดวงศิลปะ จนมีโอกาสได้แสดงงานเป็นครั้งแรกในชีวิต ร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ ที่แกลเลอรี่แห่งนี้

พิชัย แก้ววิชิต |ค้นหาความงามในความยุ่งเหยิง บนถนนกรุงเทพฯ

พิชัยเริ่มถ่ายรูปแนวที่เขาเรียกมันว่า ‘มินิมอล’ ตั้งแต่ปี 2019 ก็จริง แต่ก่อนหน้านี้หลายปี เขาเคยได้กล้องฟิล์มมาตัวหนึ่งจากรุ่นพี่ที่รู้จักกัน แต่ไม่รู้วิธีใช้มัน เขาจึงพาตัวเองไปลงเรียนวิชาถ่ายภาพเบื้องต้นที่วิทยาลัยสารพัดช่าง ตอนนั้นความฝันของเขาคือการเป็นช่างภาพ สะพายกล้องพร้อมเลนส์หลากหลายขนาด ออกไปท่องเที่ยวเดินทาง ถ่ายรูปสวยๆ กลับมา แต่ก็ต้องมาพบกับความจริงที่ว่าการจะเป็นช่างภาพต้องมีต้นทุนที่ไม่น้อย ทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายกับกล้อง ตัดภาพกลับมาคือ เขายังคงต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการเป็นวินเมอร์เตอร์ไซค์เช้าถึงค่ำ นั่นทำให้ความจริงกับความฝันแทบจะไปด้วยกันไม่ได้เลย 

เพื่อจะไปซื้อกล้องคอมแพ็ค 1 ตัว ด้วยเงินผ่อน เขาลงทุนขายมอเตอร์ไซค์โดยที่ภรรยาและลูกๆ เองก็ไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม จากนั้นเขาใช้เวลาช่วงว่างจากการรับส่งผู้โดยสารในแต่ะวัน ถอดเสื้อวินเก็บใต้เบาะ แล้วตระเวนขี่รถไปตามตรอกซอกซอย ถ่ายรูปในองศาที่สายตาเห็น โพสต์ภาพถ่ายลงในอินสตาแกรมของตัวเองชื่อ Phichaikeawwichit ภาพถ่ายของพิชัย ได้รับการติดตามและบอกต่อ สื่อมากมายอยากรู้จักเขา ทุกคนอยากรู้ว่าพี่วินคนนี้เป็นใคร มาจากไหน และเขาเห็นอะไรในกรุงเทพฯ แห่งนี้

สิ่งรอบตัวที่พบเจอระหว่างทางวิ่งรถ ตึก ถนน กำแพง บ้านเรือน ซอกซอย ไปจนถึงท่อระบายน้ำ พิชัยยอมรับว่ามันเป็นงานที่โดดเดี่ยวอยู่สักหน่อย แต่ในความเปล่าเปลี่ยวนั้น เขาค้นพบความงามบถนนกรุงเทพฯ 

กรุงเทพฯ ที่เราและใครหลายคนแสนเบื่อหน่าย สิ้นหวัง และไม่เคยแม้แต่ใส่ใจมองหาความงามจากมัน

พิชัย แก้ววิชิต |ค้นหาความงามในความยุ่งเหยิง บนถนนกรุงเทพฯ
อะไรทำให้คุณสนใจการถ่ายรูป 

ผมเป็นคนชอบศิลปะ แต่ไม่ได้เรียนมา เป็นได้ในฐานะคนเสพมาตลอด จนวันหนึ่งมีโอกาสไปช่วยช่างภาพคนหนึ่งแขวนภาพ เขากำลังจะแสดงงานในแกลเลอรี่แห่งนั้นพอดี อยู่ๆ ผมก็รู้สึกชอบโมเม้นต์นั้นขึ้นมาทันที รู้สึกว่านี่แหละใช่เลย ผมอยากอยู่ในบรรยากาศแบบนี้มาตลอด แต่พอกลับมาที่ชีวิตจริง ผมใส่เสื้อวิน วิ่งรับส่งผู้โดยสาร ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนอยากตาย ถ้ามีปุ่มกดแล้วตายได้ผมกดเลยนะ แค่รู้สึกว่าเราทำหน้าที่ลูกที่ดี ทำหน้าที่พ่อที่ดี หาเลี้ยงครอบครัว แต่สุดท้ายไม่เคยมองตัวเองเลยว่าจริงๆ แล้วเราอยากเป็นใคร อยากทำอะไร เพราะที่ผ่านมาทำตามหน้าที่มาโดยตลอด ผมอยากทำงานศิลปะ แต่วาดรูปไม่เป็น ไม่เคยเข้าโรงเรียนศิลปะ มันจะมีกำแพงแบบนี้กับตัวเองเสมอทุกครั้งที่คิดถึงศิลปะ 

ผมคิดว่าจะทำยังไงให้เรามีตัวตนในแบบที่อยากเป็น จึงสรุปกับตัวเองที่การถ่ายรูป แต่ก็ยังมิวายมีคำถามอีกว่า ถ้าถ่ายรูปจะไปถ่ายที่ไหน เพราะอยู่แต่ในกรุงเทพฯ เช้าก็วิ่งรถ กว่าจะกลับบ้านก็ค่ำ คำตอบร่วงลงมาระหว่างรถติดอยู่สี่แยกว่าจริงๆ แล้วศิลปะคืออะไร เส้น แสงเงา สี ไม่ใช่หรือ พอจะเป็นไปได้มั้ยที่เราจะมองกรุงเทพฯ ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ ในเมื่อเดินทางไปไหนไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องอยู่กับสิ่งที่เรามีสิ

มุมมองต่อการถ่ายรูปของคุณตอนนั้นเป็นอย่างไร

เอาตรงๆ ผมไม่รู้หรอกว่าการภาพถ่ายที่ดีที่สุดคืออะไร เป็นแบบไหน ผมแค่รู้ว่าชอบคอมโพสแบบนี้ ผมสนุกกับการเล่าเรื่อง และถ่ายทอดอย่างตรงไปตรมา เหมือนมันไหลไปได้เรื่อยๆ ซึ่งทุกครั้งที่ถ่ายรูป ผมไม่เคยกังวลเลย ว่าภาพมันจะออกมาเพอร์เฟ็กต์แค่ไหน แค่เส้นนี้มันตัดกันกับแสงแบบนี้ กับสีแบบนี้ก็พอ แค่เป็นจังหวะที่ผมชอบเท่านั้นเอง แรกๆ ผมพยายามค้นหาอยู่เหมือนกันว่าภาพถ่ายแนวผม เขาเรียกกันว่าอะไร พอลองเสิร์ชแฮชเท็กในอินสตาแกรมดู คนจะเรียกมันว่า ‘มินิมอล’  ก็พบว่ามีคนถ่ายภาพสไตล์นี้เยอะเหมือนกัน ส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง ผมรู้สึกว่า เห้ย! เราก็ไม่ได้โดดเดี่ยวนะ 

พิชัย แก้ววิชิต |ค้นหาความงามในความยุ่งเหยิง บนถนนกรุงเทพฯ
จากคน Follow หลักพัน ถึงตอนนี้ 87 K ชีวิตของผู้ชายชื่อพิชัยเปลี่ยนไปอย่างไร 

เปลี่ยนครับ ผมมีทุกวันนี้ได้เพราะศิลปะ จากที่รักอยู่แล้ว ก็รักมากขึ้นกว่าเดิม มันทำให้อีกหลายคนมีแรงบันดาลใจ บางคนบอกผมว่าเขาเลิกถ่ายรูปไปแล้ว แต่กลับมาถ่ายรูปอีกครั้งเพราะเรื่องราวของผม ผมรู้สึกดีมาก มันมีพลังให้ผมทำงานต่อไปอีก ไม่ใช่ว่าผมอินสไปร์เขาอย่างเดียว แต่คนรอบข้างนี่แหละที่เหมือนเป็นกำลังใจให้ผมมั่นใจมากขึ้น 

ทุกวันนี้มุมมองการถ่ายรูปของคุณเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนไหม

ผมว่ามันซับซ้อนกว่าเดิม เข่น บางมุมผมเคยถ่ายแล้ว จะไม่ถ่ายอีก เพราะผมรู้สึกว่ามันง่ายไป จะหามุมถ่ายที่มันมีความซับซ้อนขึ้น ท้าทายตัวเองมากขึ้น แต่โดยพื้นฐานยังคงเป็นสไตล์นี้เหมือนเดิม ความน้อยแต่มาก 

วันที่ถ่ายรูปโดยที่คุณยังไม่เป็นที่รู้จัก กับวันนี้ที่มีคนรู้จักคุณมากมาย คุณมีความกดดันมากขึ้นไหมในแต่ละครั้งที่กดชัตเตอร์ 

ผมไม่รู้สึกกดดันนะ เพราะผมเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก ถึงแม้ถ้าจะมีคนไม่ชอบงานผม มันก็เหมือนกับบีบให้ผมพัฒนาตัวเองมากกว่า สเต็ปที่หนึ่ง สอง สาม ไปเรื่อยๆ มีหลายคนถามผมว่าจะถ่ายรูปแบบผมต้องเริ่มต้นจากอะไร ผมบอกเขาว่าให้โฟกัสที่ตัวเองก่อน ไม่ต้องคิดเยอะ แต่รู้สึกให้มากๆ 

พิชัย แก้ววิชิต |ค้นหาความงามในความยุ่งเหยิง บนถนนกรุงเทพฯ

บางคนคิดว่าจะถ่ายเก้าอี้ยังไงให้สวย คิดเยอะมาก กดดันตัวเองมาๆ มันไม่มีวันสวยหรอก เขาจะซ่อนตัวอย่างดี ไอ้ความงามนั้น เขาจะไม่เผยตัวให้คุณเห็นเลย เพราะคุณมัวแต่โฟกัสว่าจะถ่ายออกมายังไง คุณไม่ได้โฟกัสที่เก้าอี้ แต่ถ้าคุณบอกว่าชอบเก้าอี้ตัวนี้จังเลย แล้วถ่ายมันออกมาอย่างที่คุณเห็น มันต้องมีสักยอ่างที่ทำให้คุณถูกใจกับมัน คอมโพสแบบนั้น องศาแบบนั้น เชื่อไหมว่าภาพเก้าอี้ตัวเดียวกัน จะออกมาไม่เหมือนกันเลย  

คุณมองเห็นอะไรในกรุงเทพฯ 

ผมไม่ได้มองกรุงเทพฯ ว่ามีแต่รถติด มีแต่ความย่ำแย่ เหมือนการถ่ายรูปช่วยให้ผมมองมันอีกมุมหนึ่งไปแล้ว จริงๆ กรุงเทพฯ มีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะเลยนะ ผมว่าเราเปลี่ยนโลกไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนมุมมองได้ ผมไม่ได้เริ่มถ่ายรูปจากหนึ่ง สอง หรือสาม ผมไม่ใช่คนที่ร่ำเรียนมา ไม่ใช่ช่างภาพที่สั่งสมประสบการณ์มาหลายปี ผมเริ่มเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ทุกวันมันเหมือนผมเปลี่ยน Mind Set ว่าวันนี้เราจะถ่ายอะไร ถ่ายทอดสิ่งที่อยู่รอบตัวออกไป บางทีมันก็เป็นสิ่งที่คนเขามองข้าม แต่ผมเห็นความงามของมัน อยู่กรุงเทพฯ ก็ถ่ายกรุงเทพฯ ถ้าวันหนึ่งมีโอกาสได้ไปที่อื่นๆ ก็คงเป็นเรื่องราวของที่นั่น จริงๆ ผมว่าใครๆ ก็ถ่ายแบบผมได้ มันอาจไม่ต้องอาศัยความรู้มากไปกว่าความรู้สึกก็ได้นะ 

ถ้าคนๆ หนึ่งอยากมองหาความงามของเมืองนี้เจออย่างคุณบ้าง เขาต้องทำอย่างไร

ผมว่าต้องเริ่มจากความรักก่อน ผมเริ่มจากรักองค์ประกอบของเส้น แสง และเงา เวลาที่ผมมอง ผมจะเห็นของพวกนี้ เพราะผมรักมัน จะบอกว่ามันไม่มีจริงก็ไม่ได้ เพราะผมถ่ายออกมาให้เห็นแล้วว่ามันมีอยู่จริง มันอาจจะเป็นโลก Wonderland ของผมก็ได้ ผมว่าทุกคนมี Wonderland เป็นของตัวเอง 

พิชัย แก้ววิชิต |ค้นหาความงามในความยุ่งเหยิง บนถนนกรุงเทพฯ

ผมไม่ใช่คนโลกสวยอะไรขนาดนั้นหรอกนะ เป็นคนธรรมดาที่มีโลภโกรธหลงปกติ แต่ถ้าสมมติว่าผมเป็นคนก้าวร้าว โลกของผมคงไม่ได้ออกมาเป็นแบบนี้ วันๆ ก็มัวแต่รถติดหงุดหงิด ทะเลาะวิวาท เงินทองไม่พอใช้ มีแต่ปัญหา ซึ่งชีวิตจริงผมก็มีปัญหาเหมือนกับทุกคนในโลกนี่แหละ แต่พอเปลี่ยนใจเราซะอย่าง ชีวิตมันก็เปลี่ยนได้นะ 

ทุกวันนี้เรียกตัวเองว่าช่างภาพอาชีพได้หรือยัง 

ไม่เลย เวลาได้ยินคนเรียกผมว่าช่างภาพหรือศิลปิน ผมจะบอกว่าเรียกอะไรก็ได้ เรียกวินมอร์เตอร์ไซค์ก็ยังได้ เพราะผมยังเป็นคนธรรมดา เป็นพิชัยคนเดิม และอยากเป็นคนธรรมดาแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะคนจะชอบคิดว่าการจะทำอะไรแบบนี้ได้ต้องไม่ธรรมดา แต่ผมอยากให้คนรู้ว่า คนธรรมดาคนอื่นๆ ก็ทำอย่างผมได้  

ถ้าถามว่าเป็นอาชีพมั้ย วันนี้มีคนรู้จัก มีคนอยากทำงานด้วยมากขึ้น มันก็อาจจะใช่ แต่ของแบบนี้มันไม่แน่นอน ไม่ยั่งยืน ชื่อเสียง เงินทอง เราแค่ทำงานเราไปทุกวัน เพราะผมเพิ่งเริ่มสตาร์ทเท่านั้นเอง…  

พิชัย แก้ววิชิต |ค้นหาความงามในความยุ่งเหยิง บนถนนกรุงเทพฯ
พิชัย แก้ววิชิต |ค้นหาความงามในความยุ่งเหยิง บนถนนกรุงเทพฯ
นิทรรศการ Now Minimal

โดย พิชัย แก้ววิชิต / พรเทพ จิตต์ผ่อง / และ รังสรรค์ นราธัศจรรย์

จัดแสดงพร้อมผลงานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นมาสเตอร์พีซ จากนักออกแบบระดับตำนานของโลก ทั้งสแกนดิเนเวีย และญี่ปุ่น ใครชอบเฟอร์เจอร์ยุค Mid-century Modern บอกเลยว่าฟิน! 

จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 30 สิงหาคม 2563 ที่ชั้น 2 ของร้าน Craftsman x บ้านอาจารย์ฝรั่ง 

ถนนราชวิถี เชิงสะพานซังฮี้ (ฝั่งพระนคร) เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 19.00 น.

Facebook : Craftsman Roastery
และสามารถติดตามผลงานของพิชัย แก้ววิชิต ได้ที่ Instsgram : Phichaikeawwichit

Shares