Skip links

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​

หลังจากวันแรกเราได้ใส่บาตรแถมเดินเล่นกันที่สะพานมอญในตอนที่​ 1​ และไหว้พระชมวัดในตอนที่​ 2 ไปแล้ว​ วันที่สองนี้ก็มาตะลุยกันต่อ​ บอกเลยว่าวันนี้จัดหนักจัดเต็มจนถึงค่ำ​ ถ้าพร้อมแล้วขอเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการหาร้านอร่อย​ที่จะทำให้นึกถึงที่นี่ไปตลอดก่อน​นะ

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​

พอปรึกษากับเพื่อนร่วมทริปจนได้ข้อสรุปแล้วว่า​ “อาหารพม่าเนี่ยแหละ​ จะทำให้พวกเราเข้าถึงวิถีชีวิตในแง่การกินอยู่ของคนพื้นถิ่นได้มากที่สุด” ทุกคนจึงช่วยกันหาร้านที่ไม่ไกลจากที่พักมาก​ อีกอย่างคือสามารถเดินทางไปต่ออีกที่ได้สะดวกด้วย​ ​เมื่อเคาะแล้วก็ตัดสินใจออกรถในทันที

1

อาหารพม่า..รสชาติที่พลาดไม่ได้

มื้อแรกของวันขอเลือกร้าน​ ‘Burmese Inn’​ (เบอมิซอินน์)​ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้ลิ้มรสอาหารพม่า​ ตื่นเต้นมากกกก​ ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไง​ อ่อ…ที่นี่มีที่พักด้วยนะ เผื่อใครอยากหาที่พักใกล้สะพานมอญจริงๆ​ ก็สอบถามได้​ ใกล้ชนิดที่มองเห็นสะพานมอญได้เลย​ แต่เราขอมาเยือนร้านอาหารในเครือก่อน​

เข้ามาถึงก็เลือกโต๊ะที่มองเห็นสะพานมอญได้องศาพอดี​ บรรยากาศร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย​ เสมือนบ้านไม้ที่มีนอกชานอยู่ชั้นสอง​ นั่งรับลมเย็นๆ​ พร้อมการต้อนรับจากผู้ดูแลร้าน​ ด้วยการพูดคุยแบบเป็นกันเอง​และยื่นเมนูมาให้ แต่สุดท้ายก็สั่งอาหารพม่าตามคำแนะนำของทางร้าน

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​

เราสั่งเมนูซิกเนเจอร์อาหารพม่า​ 3​ อย่าง​ ได้แก่​ ‘น้ำพริกพม่าผักสด’​ จะคล้ายน้ำพริกกุ้งเสียบ​ รสชาติออกหวานนำ​ เค็มตาม ไม่เผ็ดมาก​ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากส่วนผสมของเครื่องปรุงต่างๆ​ ทั้งพริกพม่า​ บวกกับวัตถุดิบหลักอย่างมะพร้าวขูดผัดคลุกเคล้ากับกุ้งแห้งพม่า​ เสิร์ฟคู่ผักสดและขนมรังนกสีเหลืองกรุบกรอบ​ ทำจากแป้งมันผสมขมิ้น​ เคี้ยวเพลินมาก

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​

ต่อมา​ ‘โองนุข้าวส่วย’​ ลักษณะคล้ายข้าวซอย คือจะมีเส้นข้าวส่วย (คล้ายเส้นสปาเกตตี)​ เสิร์ฟคู่กับ ไข่ต้ม ไก่ทอด เต้าหู้ทอด​ ขนมรังนกกินพร้อมกับน้ำราดรสชาติไม่จัดจ้านมาก​ มีความมันๆ​ จากกะทิ​ และมีกลิ่นหอม​เครื่องปรุงพม่ากับมัสร่า

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​

ปิดท้ายด้วย ‘ยำสาวพม่า’​ รสชาติจัดจ้าน หอมเครื่องปรุงกลิ่นเฉพาะที่ไม่เหมือนอาหารไทย​ ​(อีกแล้ว)​ เวลากินให้ความรู้สึกคล้ายยำสามกรอบ​ เพราะรวมถั่วสารพัดชนิดทั้งถั่วกรอบ ถั่วลิสงคั่ว ยำรวมกับมะม่วงดิบ พริกขี้หนู คึ่นช่าย และต้นหอม​ ส่วนอาหารไทยเมนูทั่วไปมีให้เลือกหลากหลายอย่าง ​’ต้มยำปลาคัง’ เอาไว้ซดน้ำคล่องคอ​ หรือจะสั่งเมนูอื่นตามชอบก็ได้​ แต่เราขอเน้นอาหารพม่าเป็นหลัก

Burmese Inn
Location : 52/3 หมู่ 3 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี​ จ.กาญจนบุรี
Contact ​: 086-168-1801

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​
2

เย็นใจที่น้ำตกนพพิบูลย์

‘น้ำตกนพพิบูลย์’​ หรือ ‘น้ำตกหมวดเดช’​ ตามชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันติดปาก​  เราตั้งใจมาที่นี่มาก​ เพราะรู้สึกว่าการได้ฟังเสียงน้ำตกเป็นธรรมชาติบำบัดที่ดีต่อใจสุดๆ​ และการเดินทางเข้ามาก็ทุลักทุเลนิดหน่อย​ ฮ่าาา​ เพราะเปิดกูเกิลแมปแล้วมีเส้นทางเก่ากับใหม่​ แนะนำว่าเช็กเทียบดูกับป้ายตามทางกันด้วยนะ ถ้าขับมาเรื่อยๆ​ แล้วได้ยินเสียงน้ำตกมาแต่ไกล​ แสดงว่าคุณมาถูกทางแล้ว​ 

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​

มาที่นี่ผู้คนไม่พลุกพล่าน​ สงบเงียบ​ จะได้ยินก็แต่เสียงน้ำตกไหลกระทบชั้นหินด้วยความสูงทั้งหมดประมาณ​ 25​ เมตร​ สลับกับเสียงนกร้องเท่านั้น​ พอเดินตามทางที่ลดลั่นลงไปสักพักก็ปักหลักกันอยู่ที่ชั้นบนใกล้ทางเข้า​ เราเอามือสัมผัสน้ำเย็นๆ​ เดินลุยน้ำข้ามแอ่งตื้นไปมาอย่างระมัดระวัง​ เพื่อหามุมถ่ายรูปสวยๆ​ จนได้ช็อตที่แสงอาทิตย์ลอดผ่านกิ่งไม้ใบไม้ที่ซ้อนสลับกัน​ แล้วส่องกระทบผิวน้ำสะท้อนแสงวิบวับมาตรงหน้า​ บอกเลยว่าของจริงสวยกว่าในรูปเยอะ

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​

ชื่อน้ำตกนี้นำมาจากนามสกุลของผู้ค้นพบ​เมื่อ​ 4 ปีที่แล้ว​ หรือปี​ 2559​ เดือนกุมภาพันธ์ โดย ร.ต.ท. สุรเดช นพพิบูลย์​ เจอในขณะที่หมวดเดชกำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดสกัดตรวจค้นบริเวณริมถนนทางหลวงชนบท 2078 ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา​ ซึ่งใกล้กับบริเวณน้ำตกแห่งนี้ จนช่วงฤดูฝนได้ยินเสียงน้ำไหลแรงอย่างชัดเจน ก็ได้เริ่มทำการสำรวจบริเวณนั้นร่วมกับชาวบ้านถางวัชพืชไปเรื่อยๆ​ ก็พบน้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่

น้ำตกนพพิบูลย์
Location : ทางหลวงชนบท​ กาญจนบุรี​ 2078 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี​จ.กาญจนบุรี
Open : 08.00-16.00 น.

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​
3

สุดเขตแดนที่ด่านเจดีย์สามองค์

จากน้ำตกเราแวะด่านเจดีย์สามองค์แป๊บหนึ่ง​ เพราะอยากเห็นจุดสิ้นสุดเขตชายแดนไทยด้านทิศตะวันตกกับตาตัวเองสักครั้ง บริเวณนี้มีเขตติดต่อกับประเทศพม่า​ ซึ่งเราสามารถข้ามชายแดนเข้าไปยังตลาดพญาตองซูในเขตพม่าได้ โดยฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์จะมีท่ารถตู้ของหลายเจ้ามากๆ​ สอบถามราคารวมค่าผ่านด่านแล้วขึ้นรถได้เลย​ แต่เราไม่ข้ามไป​ ถ่ายรูปเสร็จแล้วกลับเข้าที่พักเลย​ 

แต่จะขอเล่าย้อนอดีตถึงความสำคัญของด่านเจดีย์สามองค์สักหน่อย​ เมื่อก่อนจุดนี้เป็นช่องทางเดินทัพของไทยและพม่า​ ซึ่งเดิมทีเป็นเพียงการนำก้อนหินมาวางซ้อนๆ กันสามกอง หรือเรียกว่า​ ‘หินสามกอง’​ อีกทั้งบริเวณนี้ยังเป็นที่สักการะของคนไทยก่อนที่จะเดินทางออกเขตแดนไทยเข้าไปยังเขตแดนพม่ามาช้านานด้วย​ ที่นี่ถูกสร้างเป็นองค์เจดีย์ครั้งแรกเมื่อ​ พระศรีสุวรรณคีรี (ทะเจียงโปรย เสตะพันธ์) เจ้าเมืองสังขละบุรี ร่วมกับราษฎรในพื้นที่ก่อสร้างเจดีย์แต่ละองค์บนหินสามกองด้วยสูงประมาณ 6 เมตร ตั้งห่างกันประมาณ 5-6 เมตร​ หลังจากนั้นกรมศิลปากรก็ดำเนินการขุดแต่งและพบฐานเจดีย์​ จนในปีพ.ศ.​ 2498 ทางกรมศิลปากรก็ได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระเจดีย์สามองค์เป็นโบราณสถานของชาติ

ด่านเจดีย์สามองค์
Location : ต.หนองลู อ.สังขละบุรี​ จ.กาญจนบุรี​
Open : ทุกวันเวลา 06.00 – 18.00 น.

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​
4

ถนนคนเดิน..เพลินๆ​ กับของสารพัดสิ่ง

ปิดจ๊อบกันที่ ‘ถนนคนเดิน’​ สังขละบุรี​ เรามาหาของกินมื้อเย็น​ เดินเล่น​ ดูการแสดง​ และซื้อของที่มีเยอะมากกันที่นี่​ เป้าหมายแรกคือตามหาร้านขาย​หมูจุ่มพม่าแต่กว่าจะเดินไปถึงร้านซึ่งอยู่ท้ายตลาดก็แวะหลายร้านเลย ใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ​ แหนะ^^

ก็ใครจะอดใจไหว​กับของสารพัดสิ่งที่ตั้งเรียงรายบนถนนทอดยาว​จนมองไม่เห็นร้านท้ายๆ​ เสื้อผ้า​เอย กระเป๋า​ รองเท้าเอย​ ลวดลายเป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่นน่ารักมาก​ แป้งทานาคา​ ชาพม่า​ สมุนไพรต่างๆ​ เรียกว่าหาซื้อที่นี่ถูกและมีครบที่เดียวนะ​ ฟากฝั่งของกินก็มีทั้งขนม​ ของกินเล่นแบบเดินไปกินไปได้​ ซึ่งหน้าตาก็เหมือนถนนคนเกินทั่วไปแต่มีให้เลือกเยอะ​ เด็ดกว่านั้นคือมีของหน้าตาแปลกลๆ​ ชื่อไม่คุ้นหูด้วยอย่าง​ ขนมทองโย๊ะ เป็นข้าวเหนียวบดกับงาดำ​ เนื้อแป้งแอบคล้ายกุยช่ายทอด​ เวลากินก็จิ้มนมจะได้รสชาติหวาน​ เคี้ยวเพลินๆ​ ที่สำคัญหอมงาดำมาก​ 

ส่วนใครจะกินมื้อหนักๆ​ ก็มีร้านอาหารตามสั่ง​ ร้านขายอาหารเมนูไทยทั่วไป​ และร้านหมูจุ่มพม่าที่ตามหาจนเจอ มีหลายร้านเรียงกันเลือกเอาเลย​ เราเจอร้านนี้ขายหมูและเครื่องในเสียบไม้จุ่มในน้ำสีคล้ายพะโล้​ไม้ละบาท​ จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว (ส่วนใหญ่ราคาเท่ากัน)​ พอได้ที่นั่งแล้วทางร้านจะวางน้ำจิ้มซีฟู้ดและซอสพม่าไว้ให้อย่างละ 1​ ถ้วย​ เมื่อหยิบหมูเสียบไม้นุ่มๆ​ ในหม้อใหญ่มาแล้วจะจิ้มแยกหรือจิ้มพร้อมกันทั้งสองอย่างก็อร่อยสุดๆ​ แต่ขอบอกหน่อยว่ารสชาติซอสพม่าออกเผ็ดนิดๆ​ เหมือนซอสพริกบ้านเราก็จริง​ แต่กลิ่นของพริกพม่าไม่ธรรมดาเลย (ต้องลองเอง)​ ยิ่งเราสั่งเมนูอื่นในร้านมาด้วย

สัมผัสวิถีชุมชน ‘คนสังขละฯ’ ชมธรรมชาติและหาของอร่อยกินด้วยกันนะ​ ให้ทริปนี้น่าจดจำมิรู้ลืม #ตอน​3​

อย่าง​ ยำพม่าหมูรวม​ เป็นการเอาหมูมาใส่ผักแล้วก็ใช้น้ำปรุงรสที่มีส่วนผสมของพริกพม่าอีกนั่นแหละมายำ​ เมื่อกินหมูจุ่มและยำสลับไปมา​ โอ้โห..กลิ่นพริกพม่าตีขึ้นจมูกรุนแรงมาก​ หากใครอยากลองเมนูอื่นในร้านก็สั่งเลย​ เปิดประสบการณ์สิ่งที่ไม่เคยกินมาก่อน​ อ่อ..ตอนหนึ่งทุ่มมีการแสดงพื้นเมืองด้วย​ หรือใครจะฟังดนตรีจากเวทีใหญ่ก็ได้เหมือนกัน

ถนนคนเดิน
Location : ซ.เทศบาล​ 2​ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี​ จ.กาญจนบุรี​
Open : ทุกวันเสาร์เวลา​ 17.00-21.00 น.

ทริปสังขละบุรี​ 3 วัน​ 2​ คืน​ก็จบลงอย่างอิ่มอกอิ่มใจในที่สุด​ ถึงเวลาเดินทางกลับกันแล้ว​ เรียกได้ว่าประสบการณ์ครั้งนี้หลากเรื่องราวหลายรสชาติมากๆ​ รู้สึกประทับใจในความเป็นมิตร​ รอยยิ้ม​ และการต้อนรับของผู้คนที่นี่​ หากใครมีโอกาสก็อยากให้ลองมาดูสักครั้ง​ แล้วคุณจะรู้ว่าความรู้สึกทั้งหมดที่เราเล่ามา​ คุณเองก็อาจจะคิดไม่ต่างกันเลย

Shares