Skip links

คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก ‘ข้าว’ มากขึ้นกว่าเดิม

คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม

ในน้ำมีปลาหรือเปล่าไม่รู้ ขอแค่ให้ในนาและในจานข้าวของเรามีข้าว เท่านั้นก็น่าจะเป็นความสุขใจของคนไทยอย่างเราที่ผูกพันกับการกินข้าวกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก การเป็นประเทศกสิกรรมที่ปลูกและส่งออกข้าวได้เป็นอันดับต้นๆ ในอาเซียน ข้าวเป็นมากกว่าส่วนหนึ่งของชีวิต แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จัก ‘ข้าว’ อย่างที่มันเป็น และมองเห็นคุณค่าของมันอย่างแท้จริง

การเติบโตมากับธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรของคุณพ่อ ทำให้ คุณมนต์ – วัชรา ลี้โกมลชัย เห็นกระบวนการของข้าว ตั้งแต่การปลูก จนถึงปลายทางที่ข้าวส่งถึงมือผู้บริโภค เธอไม่อยากให้ข้าวเป็นแค่อุตสาหกรรมหนึ่งเท่านั้น แต่อยากนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เธอคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก มาทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่เกษตรกร แต่หมายถึงทุกคนในประเทศ

10-15 เต็มปีที่ใช้เวลาศึกษาเรื่องของข้าว เธอค้นพบว่าข้าวสามารถเป็นได้มากกว่าที่มันเคยเป็น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ CLP Living ซึ่งแยกตัวออกมาจากบริษัท CLP ของคุณพ่อ เพราะอยากทำให้ ‘ข้าว’ เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์ไสตล์คนรุ่นใหม่มากกว่าที่เป็นอยู่ คุณมนต์จึงจับมือกับร้านอาหาร สีสด บาย บานาน่าลีฟ โดยมี คุณต้อง – ปวันรัตน์ ธนสารศิลป์ เป็นผู้บริหารเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่นอกจากจะมีอุดมการณ์เดียวกันกับเธอแล้ว ยังมีไฟเต็มเปี่ยมที่จะสร้าง ‘ระบบนิเวศทางธุรกิจ’ ให้ยั่งยืนด้วย

“ถ้าเราสร้างวัฒนธรรมใหม่ ให้คนมองข้าวเหมือนกับที่มองกาแฟ

ว่าเป็นคัลเจอร์ ข้าวก็สามารถเป็นคัลเจอร์ได้เหมือนกัน” 

คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม

Rice Culture : เปลี่ยนข้าว ให้เป็น ‘คัลต์’! 

เพื่อจะเข้าใจข้าวและวงการข้าว คุณมนต์ลงพื้นที่ไปเจอเกษตรผู้ปลูก ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเดินทางไปศึกษาเรื่องข้าวถึงประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักไม่แพ้บ้านเรา

“เราลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพราะอยากเข้าใจว่าทำไมวงการข้าวที่นั่นเขาถึงเฟื่องฟูมาก ส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการปลูกและรู้จักชนิดของข้าวดี ทำให้เกษตรกรสามารถปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ เล่าเรื่องข้าวของตัวเองได้ และขายในราคาที่หลากหลาย ซึ่งผู้บริโภคเองก็รับได้ด้วย พอกลับมาบ้านเรา ข้าวของเราอาจมีสตอรี่เหมือนกัน แต่คนไม่เปิดใจรับ Value ของข้าว ส่วนสำคัญคือความรู้ มากกว่าแค่ข้าวออร์แกนิคหรือไม่ออร์แกนิค ถ้าคนไทยเข้าใจกระบวนการด้วย ชาวนาก็จะมีโอกาสขายข้าวได้หลากหลายมากขึ้น” 

“นอกจากข้าวเมนสตรีมอย่างข้าวหอมมะลิ ข้าวท้องถิ่นของประเทศเราหายไปเยอะมาก ยกตัวอย่างถ้าช่วงไหนสายพันธุ์หนึ่งฮิต ก็จะปลูกกันทั่วประเทศ ซึ่งจริงๆ ข้าวท้องถิ่นของเราน่าสนใจไม่น้อยกว่ากันเลย อย่างพื้นท่ีภาคใต้ เราพบว่าเขาปลูกข้าวบนเกาะ พื้นที่ๆ มีเกลือทำให้ข้าวมีรสกลมกล่อมกว่าที่อื่น แต่ชาวนาบอกว่าจะไม่ปลูกแล้วเพราะขายไม่ได้ ชาวนาเลยหันไปปลูกข้าวหอมมะลิที่ขายได้ง่ายกว่า สุดท้ายมันก็หนีไม่พ้นการแข่งขันกับเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามหรือกัมพูชา เมื่อเป็นแบบนี้ ความ Authentic ของข้าวท้องถิ่นบ้านเราก็หายไปหมด บวกกับการกำหนดราคาข้าว ว่าข้าวราคาดีที่สุดต้องอยู่ที่เท่าไร สุดท้ายไม่ว่าผู้ผลิตจะผลิตของออกมาดีแค่ไหน ก็ต้องมาจบตรงที่ขายไม่ได้อยู่ดี”

คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม

เป็นที่มาว่าทำไมเรามักจะได้ยินเรื่องข้าวไทยมีปัญหา ชาวนายากจน ราคาข้าวตก และอีกสารพัดปัญหาของข้าวไทยที่ฝังรากลึกมานาน คุณมนต์มองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้บริโภคอย่างเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้าวมากพอ 

“เราอยู่กับเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ การปลูก การเก็บเกี่ยว การสีข้าว เห็นทุกขั้นตอนกว่าข้าวจะถึงมือผู้บริโภค พอมาถึงคนเมือง ข้าวก็ไปวางอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว แถมบอกเราว่าข้าวพวกนั้นมีอายุอยู่ได้ 1 ปี แต่คนไม่มีทางรู้เลยว่ากระบวนการกว่าจะมาถึงผู้บริโภคมันผ่านมานานกว่า 6 เดือนแล้ว นั่นแปลว่าความสดใหม่ของข้าวหายไปหมด ทั้งกลิ่น ทั้งรสชาติก็ไม่เหมือนเดิม กระบวนการ Post Harvest หรือช่วงหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเป็นเรื่องสำคัญที่คนมักไม่รู้ว่าระหว่างทางเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญมาก และเป็นตัวกำหนดราคาข้าวได้เลย” 

เพราะเหตุผลเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้คุณมนต์คิดหาวิธีให้ผู้บริโภคอย่างเราได้กินข้าวที่สดใหม่จากต้นทางจริงๆ! 

คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม

Do the Rice Thing : ข้าวที่มี ข้าวที่ดี

อีกหนึ่งอย่างที่เรามักจะได้ยินเสมอคือคนไทยไม่ค่อยได้กินข้าวที่ดี นั่นสิ… แล้วข้าวที่ดีต้องเป็นยังไงกันนะ…

“ข้าวที่ดีเวลาเก็บ ต้องเก็บเป็นข้าวกล้อง ไม่ใช่ข้าวเปลือก จากนั้นต้องผ่านการขัดไม่เกิน 7 วัน แต่ที่ดีที่สุดคือขัดแล้วกินเลย เพราะข้าวขัดสดจะมีวิตามินสูงกว่า เหมือนการเปิดผิวของข้าว ทำให้ข้าวมีกลิ่นหอมออกมา และข้าวแต่ละชนิดยังสามารถนำมาเบลนด์รวมกันได้เหมือนกาแฟด้วย สำหรับคนไทย เรื่องหล่านี้เป็นเรื่องใหม่ ถ้าเราเปลี่ยนความเข้าใจให้คนมองข้าวเป็นผักชนิดหนึ่งก่อน จะทำให้เขาเข้าใจกระบวนการเหล่านี้ได้ไม่ยากเลย” 

สำหรับคนญี่ปุ่น การขัดข้าวเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขาไปแล้ว มีสิ่งที่เรียกว่า ‘ไรซ์ บาร์’ (Rice Bar) เพื่อให้คนได้ซื้อข้าวและขัดข้าวกันสดๆ คุณมนต์จึงอยากดึงแนวคิดนี้มาใช้กับเมืองไทยบ้าง โดยต่อยอดจากอุปกรณ์การเกษตรของครอบครัวที่ทำเครื่องสีข้าวหลากหลายขนาดและฟังก์ชั่นอยู่แล้ว เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงอุปกรณ์ที่ดีและพึ่งพาตัวเองได้ นำมาพัฒนาร่วมกับคุณหมอโอ๊ค – สมิทธิ์ อารยะสกุล จนกลายเป็นเครื่องขัดข้าวเล็กกระทัดรัดสำหรับใช้ในบ้าน ‘ไมโกะ พลัส’ (Maiko Plus) ที่นอกจากจะทำให้เราได้กินเข้าสดใหม่ ช่วยลดช่องว่างระหว่าง Post Harvest กับผู้บริโภคให้แคบลง ยังอาจจะเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยน Supply Chain ของข้าวในประเทศไทย ให้เกษตรและข้าวของเราดีขึ้นด้วย โดยนำไรซ์บาร์เข้ามาอยู่ใกล้เรามากขึ้น ในร้านสีสด บาย บานาน่าลีฟแห่งนี้นี่แหละ

คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม
คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม
คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม

From Beginning to End : จากต้นสู่ปลาย

นอกจากจริงจังเรื่องข้าวแล้ว คุณมนต์และคุณต้องยัง ‘ปลูกเองนักเลงพอ!’ โดยใช้พื้นที่กว่า 6 ไร่ ในจังหวัดปทุมธานี ทดลองปลูกพืชผักสวนครัว ผักสลัด และพืชสมุนไพรแบบอินทรีย์ทั้งหมด เพื่อเรียนรู้กระบวนการ ‘จากต้นสู่ปลาย’ ด้วยตัวพวกเขาเอง

“เรามีที่ว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์อยู่แปลงหนึ่ง จึงเกิดไอเดียทำฟาร์มผักขึ้นมา เพราะในการทำร้านอาหาร เราอยากรู้ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการปลูกวัตถุดิบ จนมาถึงปลายน้ำอย่างร้านอาหาร มันยากมากที่จะเสิร์ฟอาหารที่สดใหม่จริงๆ อย่างข้าวจะเห็นได้ชัดว่ากว่าที่จะเดินทางมาถึงผู้บริโภค ใช้เวลาตั้ง 6 เดือน เราเลยให้เกษตรกรกระเทาะเปลือกข้าวมาให้เราไม่เกิน 1 เดือน นำมาเก็บในตู้เเช่เพื่อกันมอด และเก็บความชื้นของข้าวเอาไว้ จากนั้นก็มาขัดใหม่หน้าร้านแล้วใช้ให้หมดภายใน 1 ปี ทั้งหมดนี้จะทำให้ลูกค้าได้กินข้าวในห้วงเวลาที่ดีที่สุด ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับว่าข้าวนั้นเป็นข้าวต้นฤดู กลางฤดู หรือปลายฤดู พวกเราทดลองกันมาสักพัก” คุณต้องเล่าให้เราฟัง

“ถามว่าทำไมเราไม่ไปร่วมกับคนที่เขาปลูกอยู่แล้ว เพราะเราแค่อยากหาคำตอบในสิ่งที่สงสัยว่าทำไมเขาไม่ปลูกผักแบบนี้กัน มันยากตรงไหน ถ้าถามว่าเราต่างกับร้าน Farm to Table ที่เขามีสวนของตัวเองยังไง เราพยายามดึงเรื่องของดาต้า (Data) และนวัตกรรมมาใช้กับการทำเกษตรอินทรีย์ให้มากที่สุด ค่อยๆ แคร็กสูตรต่างๆ ออกมา แล้วค่อยนำสูตรตรงนี้ไปบอกต่อกับเกษตรกร”

“ระบบนิเวศทางธุรกิจยั่งยืนสำหรับเรา หมายถึงทุกคนพึ่งพาตัวเองได้

ไม่ใช่แค่พ่อค้าคนกลางวิน แล้วชาวนาแพ้

วิธีนี้จะเป็นการกินข้าวที่ช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง”

คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม
คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม

ผลผลิตจากไร่เหล่านั้นถูกส่งตรงมาที่ร้านอาหารในเครือบานาน่าลีฟทั้งหมด ผักที่เสิร์ฟภายในร้านจะมีอายุไม่เกิน 3 วัน ผักสวยๆ เอามาใช้เป็นเมี่ยงคะน้า ส่วนผักเสียๆ ที่แค่หน้าตาไม่สวย แต่คุณประโยชน์ยังอยู่ครบ นำมาใช้ได้กับเมนูไก่มะนาวที่มีคะน้าทอดกรอบกรุบเป็น The Best ไม่มีส่วนไหนต้องถูกทิ้งให้น้อยใจ! 

“การจะสนับสนุนเกษตรกรที่ถูกต้อง เราต้องให้ Value กับผลผลิตมากกว่านี้ ไม่ใช่ข้าวที่ดีต้องเมล็ดสวยเสมอไป หรือผักใบต้องเนี้ยบ ซึ่งความเป็นจริงแล้วข้าวหักก็ยังเป็นข้าวที่ดีอยู่ ผักที่ดูไม่สวยก็ยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ เราต้องทำให้คนเปลี่ยนความเข้าใจตรงนี้ก่อน” 

“ในวงการอาหาร เรื่องการใช้เเพ็คเกจจิ้งพลาสติกเป็นอะไรที่เลี่ยงยาก แต่ถ้าหากเราส่งตรงจากไร่แล้วใช้ทันที จะช่วยลดการใช้พลาสิกได้เยอะ ยิ่งสต็อกของนาน ยิ่งมี Internal Plastic เพิ่มขึ้นเพื่อกักเก็บความสดของวัตถุดิบ นี่เป็นคอนเซ็ปต์ที่เราทดลองกันพื่อจัดการเรื่องของ Waste ให้ดีขึ้น ทุกวันนี้ข้าวที่ถูกส่งมาถึงร้านบานาน่า ลีฟ เรากำลังจะเปลี่ยนเป็นถุงซิปล็อกที่สามารถใช้ซ้ำได้ถึง 3 ปี มองว่าหัวใจของมันคือการ Reuse ไม่ใช่การไม่ใช้เลย แต่เป็นการใช้พลาสติกจนถึงอายุขัยของมันจริงๆ ก่อนไปสู่การ Recycle” 

“เมื่อก่อนเราเองก็เหมือนคนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก พอได้มาศึกษา ทำให้เราต้องลงมือทำอะไรสักอย่างอย่างจริงจัง เช่น Food Waste ภายในร้าน เราเอาไปทำปุ๋ยต่อได้ หรืออะไรลดพลาสติกได้เราก็ลด ลูกค้าที่มาซื้อข้าว ถ้านำภาชนะของตัวเองมา เราก็จะมีส่วนลดให้ สุดท้ายเราต้องสร้างความตระหนักให้กับทั้งพนักงานในร้านทั้งผู้บริโภค ค่อยๆ เปลี่ยนความเคยชิน มันถึงจะเป็นการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจอย่างยั่งยืน”

คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม

Business Ecosystem : ยั่งยืน

เหตุผลที่ผู้บริหารเลือดใหม่ทั้งคุณมนต์และคุณต้อง ลงมือศึกษาเรื่องเหล่านี้เองทั้งหมด เพราะอยากให้การกินข้าวของพวกเราทุกคน ได้ย้อนกลับไปช่วยให้ชาวนามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง

“การกินข้าวของเราช่วยชาวนาได้นะ แค่ต้องกินให้ถูกวิธี เพราะจากข้าวเปลือกมาเป็นข้าวสาร พอเข้ากระบวนการสีข้าว มันหายไปแล้ว 60% แถมมี Waste ที่เกิดจากการสีแต่ละครั้งอีก การที่เกษตรส่งข้าวกล้องมาให้เรา Waste มันจะน้อยลง แถมข้าวกล้องขายได้ราคาดีกว่าข้าวขาว ชาวนาจะวินมากขึ้น ไม่ต้องทำนาครั้งเดียว ได้เงินปีละครั้ง ที่เหลือต้องไปทำงานรับจ้าง” 

“ระบบนิเวศทางธุรกิจอย่างยั่งยืนสำหรับเรา มันหมายถึงทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องวิน ทุกคนพึ่งพาตัวเองได้ ไม่ใช่แค่พ่อค้าคนกลางวิน แล้วคนอื่นแพ้ Profit Sharing ต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย วิธีนี้จะเป็นการกินข้าวที่ช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง ให้ชาวนากลับมาเป็นอาชีพที่พึ่งพาตัวเองได้อีกครั้ง” 

คุยกับ 2 ผู้บริหารเจนฯ ใหม่แห่ง CLP Living และ สีสด บาย บานาน่าลีฟ ที่อยากเห็นคนไทยรู้จัก 'ข้าว' มากขึ้นกว่าเดิม

ขอบคุณสถานที่ | สีสด บาย บานาน่าลีฟ โครงการ The Circle ถนนราชพฤกษ์

Facebook | https://www.facebook.com/bananaleafthailand

CLP Living | https://clpbrand.com/living/

Shares