Skip links

tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ ‘Tuna Dunn’ ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต

ในบางสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความรู้สึกมึนตึงเช่นเวลานี้ ระหว่างการดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดที่เราต่างกำลังพยายามกันอยู่ทุกวัน บทสนทนากับตัวเองอาจเป็นสิ่งจำเป็นไม่น้อยไปกว่ากัน ที่จะทำให้ได้กลับไปสนใจ สำรวจ และใคร่ครวญความคิดในหัวของเราบ้าง 

tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ 'Tuna Dunn' ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต

อาชีพศิลปินนักวาดภาพประกอบอย่าง ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต หรือ Tuna Dunn ก็เป็นคนหนึ่งที่จำเป็นต้องบำบัดตัวเองด้วยการกลับมาเผชิญหน้ากับความคิดในหัว เพื่อหยุดพักหายใจ แตกสลาย แล้วกลับมาในร่างใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) an experimental comic experience คือนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตุลยา หลังกลับจากการไปเรียนปริญญาโทด้าน IIlustration and Visual Media ที่ประเทศอังกฤษ ได้เพียงไม่นาน เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Bangkok Design Week 2021 ที่มีอันต้องเลื่อน ไม่ก็เปลี่ยนรูปแบบการจัดงานไปในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากสถานการณ์โควิดระลอก 3 และยังเป็นนิทรรศการเดบิวต์ของแกลเลอรี่น้องใหม่ Saratta Space (สารัตถะ สเปซ) ด้วยเช่นกัน  

tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) มาจากคำทับศัพท์ภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ‘Private Conversation’ เพราะเป็นงานที่ตุลยาบอกว่า ‘ส่วนตัว’ มากที่สุด เปิดเผยความในใจมากที่สุดแล้วตั้งแต่ทำงานมา และเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าพูดเรื่องความรู้สึกของตัวเอง

เป็นธรรมดาที่ศิลปินทำงานเชิงพาณิชย์จะต้องทำงานกับความครีเอทีฟ ทำตามโจทย์ลูกค้า ค้นหาไอเดียใหม่ เรื่องเล่าใหม่จากสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ การทำงานกับความคิดมากกว่าทำงานกับใจค่อยๆ สะสมพลังงานบางอย่างอัดแน่นเอาไว้ จนกระทั่งสถานการณ์บางอย่างบีบบังคับให้เธอต้องระเบิดมันออกมา

“ตอนไปเรียนที่อังกฤษ เป็นครั้งแรกที่เราต้องทำงานแบบไม่มีโจทย์ ตอนนั้นเราอึดอัดมาก มันเป็นความโล่งแต่อึดอัด อธิบายไม่ถูก เหมือนเขาปล่อยเราสู่ความเวิ้งว้าง เราก็เลยต้องพยายามระบายความรู้สึกเครียดออกมาด้วยการกลับเข้าหาตัวเอง โดยการเขียน Comic แบบไม่หยุด และไม่มีการร่างขึ้นมาก่อน”

tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ 'Tuna Dunn' ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต
tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ 'Tuna Dunn' ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต

ตุลยาทำงานภาพ Comic มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ปี 3 คนที่ติดตามผลงานมาตลอดคงจดจำลายเส้นและ Mood & Tone การ์ตูนที่พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์อย่างอบอุ่นน่ารักของเธอได้ดี จากผลงานใน Salmon Book จนถึงงาน Art Direction ในสื่ออนไลน์อย่าง Fungjai ที่เธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

“เราพยายามแยกงานตัวเองออกเป็น 2 ทาง งาน Commercial ก็แบบหนึ่ง งานส่วนตัวก็แบบหนึ่ง ที่เปลี่ยนไปคือเราให้ความสำคัญกับงานส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เรามุ่งทำแต่งาน Commercial”

“กับ Comic เราวาดอะไรแบบนั้นมาสักพัก มันก็เริ่มเบื่อ คนก็จำไปแล้วว่าเราวาดแต่การ์ตูนรักๆ กุ๊กกิ๊ก บางครั้งก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิด (หัวเราะ) เพราะรู้สึกว่าเราทำได้มากกว่านั้นเยอะเลย ก็เลยพยายามเฟดออกมา ซึ่งตอนทำงานประจำที่ Fungjai ก็เหมือนเริ่มหลุดออกมาได้หน่อยหนึ่ง ได้ทำ Art Production อะไรที่หลากหลายมาก แต่ที่หลุดออกมาจริงๆ คือตอนไปเรียนต่อนี่แหละ เราไม่อยากทิ้ง Comic ไปเลยขนาดนั้น เพียงแค่อยากหาวิธีที่จะทำมันไม่เหมือนเดิม”

“ระหว่างที่อยู่อังกฤษ เราเริ่มสนใจงานพวก Sculpture อย่างงานของ Henry Moore หรืองานที่เป็นเรื่องของรูปและฟอร์มมากขึ้น เหมือนเข้าสู่ความว่างเปล่า เพราะบางทีก็อยากจะสร้างงานที่มันไม่ได้สื่อสารอะไรบ้าง ตอนนั้นเลยอยากทดลองเอา Comic กับ Conceptual Art มารวมกันว่ามันทำได้มั้ย” 

ลายเส้นน้อยๆ สีขาวดำที่เห็น เป็นการทำงานที่ตุลยาเรียกว่า ‘หัวไปถึงมือ’ คือการที่เธอคิดแล้ววาดมันออกมาเลย ไม่ประดิษฐ์อะไรต่อ ไม่กลับไปซ่อม ไม่กลับไปดูว่าเขียนอะไรไป ปะติปะต่อบ้าง ไม่ปะติปะต่อบ้าง ไหลไปตามกระดาษเส้นยาวหลายต่อหลายเส้น มีทั้งกระดาษเส้นที่พาดไว้ให้อ่านเฉยๆ กับกระดาษในเครื่องอะไรสักอย่าง หน้าตาดูประหลาด   

“เส้นพวกนี้เป็นเส้นความคิดของเรา แล้วความคิดของเรามันก็เยอะมาก เราอยาก Calm Down ความคิดเหล่านั้นลง เลยพรีเซ้นต์มันผ่านเครื่องช่วยหายใจที่จำลองมาจากการหายใจของมนุษย์จริงๆ ถ้าลองหายใจตามมัน จะรู้สึกผ่อนคลายลงได้”

tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ 'Tuna Dunn' ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต

ความคิดของตุลยาในงานนี้ค่อนข้าง Random คุณอาจไม่จำเป็นต้องอ่านเข้าใจมันทั้งหมดก็ได้ จะเริ่มอ่านจากตรงไหนก็ได้ เป็นการนำเสนอในเชิง Conceptual มากกว่าที่จะต้องเข้าใจสารทั้งหมด เพียงแค่ดูเรื่องราวผ่าน Media ที่เธอหยิบมาเล่นก็รู้สึกว่าน่าสนใจแล้ว

“ตัว Media มันมีการออกแบบ แต่ด้วยตัวเนื้อหา เราเขียนมันออกมาจากภาวะจิตใจในตอนนั้น เหมือนเป็นการบำบัดเพื่อให้เข้าใจว่าเรารู้สึกยังไง แล้วมันก็เวิร์กจริงๆ พอทำแล้วหัวโล่ง เหมือนได้ระบายออกมา บางครั้งพอกลับไปอ่าน ความเครียดตอนนั้นมันก็เป็นเรื่องตลกดีเหมือนกัน และถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นความหยาบอยู่ บางวันเรารู้ตัวว่าวาดไม่สวยเลย แต่ก็ปล่อยไป เพราะถ้ากลับไปร่างใหม่ มันจะไม่ใช่อารมณ์แบบนี้แล้ว” 

“เราเคยมีความรู้สึกว่าต้องการอ้วกอะไรออกมา เหมือนความคิดในหัวที่ทำให้เราอยากอ้วก แต่สุดท้ายความคิดนี้ก็กลับมาฝังเรา กลืนกินเราอีกที” ตุลยาชี้ให้ดูงาน Sculpture ชิ้นหนึ่งที่ทำนำมาไม้มาผ่านการ Laser Cut ตัดเป็นรูปทรงโค้งมนออกมาเป็นเรื่องราวของใครบางคนที่พยายามดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นจากอะไรสักอย่างอย่างไม่มีจุดเริ่มและจุดจบ วนไปวนมาอยู่อย่างนั้น 

tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ 'Tuna Dunn' ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต
tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ 'Tuna Dunn' ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต

“มีวันหนึ่งที่เรารู้สึกว่าอยากถูกหัก อยากถูกพรีเซ้นต์ออกมาเป็นชิ้นส่วน ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น แต่รู้สึกว่าน่าสนใจดี ก็เลยเอามาเรียบเรียงใหม่เป็น Sculpture ไม้ เป็นรูปตัวเองในสภาพที่แตกสลาย แต่เป็นการแตกสลายที่เป็นอิสระและ Positive แล้วจะไม่กลับไปเป็นรูปแบบเดิมอีก” 

ใกล้ๆ กันป็นงาน Screen Print Comic เล่าเรื่องใครบางคนที่ไม่สามารถควบคุมความคิดตัวเองได้ จนสุดท้ายต้องระเบิดออกเป็นจุล ไม่ไกลกับภาพที่แสดง Sequence ของการแตกสลายออกมาชิ้นส่วน ล้อไปกับงาน Sculpture ชิ้นนั้น ซึ่งตุลยาบอกว่าเธอตั้งใจทำให้มันเป็นงาน Comic เเบบดั้งเดิมที่ไม่ให้มีคำพูดอะไรเลย อารมณ์ของภาพแปลมาเป็นค่าสีที่ไม่สดใสอย่างสีเทา สีครีม ตัดกับลายเส้นสีดำ สะท้อนอารมณ์ที่ไม่ได้มีความสุขมากนักของตัวเธอเอง

เช่นเดียวกับงาน Screen Print ในรูปแบบนามธรรมของรูปและฟอร์มซึ่งได้อิทธิพลมาจากตอนที่เธออยู่ที่อังกฤษ ตุลยาเล่าว่าการทำงานศิลปะเชิงนามธรรมโดยไม่ต้องคิดเนื้อเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องดี เหมือนเป็นการบำบัดตัวเอง “ตอนอยู่อังกฤษ เราได้ทำงานนามธรรมเยอะมาก พอกลับมาเมืองไทย ช่วงนั้นเป็นช่วงโควิดรอบแรกพอดี ต้องทำงานลูกค้า ต้องคิดเรื่อง คิดคอนเซ็ปต์ เลยต้องกลับมาทำงานในโหมด Survival กันต่อ งานแบบนามธรรมคงไม่ได้เวิร์กกับ Commercial มากนัก” 

“ตอนแรกที่เริ่มทำงานเซ็ตนี้ มันก็มีธีมที่รู้สึกว่าดาร์กเหมือนกัน บางเรื่องเป็นเรื่องครอบครัว ความเครียดในอดีต เหมือนขุดเข้าไปในตัวเองประมาณหนึ่ง ก่อนหน้านี้เราไม่เคยทำงานส่วนตัวขนาดนี้ เลี่ยงมากๆ วิ่งหนีมาตลอดด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็น Material ที่ดีเท่าไร เคยมีบางจุดที่เขียนๆ อยู่แล้วร้องไห้ออกมาเลย เราก็ไปปรึกษาอาจารย์ว่ามันโอเคหรือเปล่าที่เป็นแบบนี้ ดูเป็นการทำร้ายตัวเองไปมั้ย เพราะมันค่อนข้าง Emotional เลยเเหละ แต่บางอันที่รู้สึกว่าเกินไปหน่อย เราก็ไม่ได้คัดมาให้อ่านหรอกนะ (หัวเราะ) ซึ่งพอทำไปแล้วปรากฏว่างานออกมาได้เยอะมากๆ แล้วก็ซ่อนความติดตลกอยู่ด้วย ก็ทำให้รู้ว่าวิธีการของมันยังเวิร์กอยู่ เราแค่ต้องดูแลตัวเองหน่อย (ยิ้ม)”

tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) ทำให้รู้สึกว่าคนดูอาจต้องรับรู้งานของ Tuna Dunn ที่พวกเขาเคยรู้จักด้วยวิธีการใหม่อยู่สักหน่อย จากเดิมที่เคยอ่านการ์ตูนเส้นเรื่องเดียวแล้วจบในตัว กลายมาเป็นการอ่านบางเศษเสี้ยวความรู้สึกที่กระจัดกระจาย เหมือนกำลังนั่งดูเครื่องฉายภาพฟิล์มสไลด์เล่นไปเรื่อยๆ ในความทรงจำเก่าๆ ของใครบางคนที่มีทั้งสงสัย ครุ่นคิด สุข เศร้า เหงา เจ็บปวด และเมื่อเป็นงานที่ศิลปินต้องการทดลองทำงานกับใจตัวเอง ตัวคนดูก็คงต้อง ‘เปิดใจ’ ตัวเองทดลองไปกับศิลปินด้วย 

“คนที่ตามงานเรามาตลอดอาจจะดูแล้วเหวอไปเลยก็ได้” ตุลยาว่า 

“อยากจะทดลองไปมากกว่านี้อีกนะ งานนี้เหมือนเราแสดงจุดเริ่มต้นของอะไรหลายๆ อย่างที่มันอาจจะยังไม่สมบูรณ์ แต่เป็นการเอาไอเดียมาเรียงกันให้คนดูเห็นว่า ‘มันเป็นแบบนี้ได้นะ’ Comic สามารถเป็นสคัลป์เจอร์ได้ เป็นเส้นกระดาษ เป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวไปเลยก็ได้ นิทรรศการนี้เเสดงให้เห็นว่ายังมีอีกหลายทางมากให้เราเลือกไปต่อ แล้วเราจะไปทางไหนต่อก็ได้” 

tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ 'Tuna Dunn' ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต
tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ 'Tuna Dunn' ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต
tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ 'Tuna Dunn' ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต
tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) บทสนทนา และการเยียวยาตัวเอง ของ 'Tuna Dunn' ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต

Tuna Dunn Solo Exhibition : tête—à—tête (เตต-ตะ-เตต) an experimental comic experience

โดย ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Bangkok Design Week 2021 

Date : จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึง – 11 กรกฎาคม 2564

Time : 10.00 – 19.00 น. เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ออฟฟิศสารัตถะเปิดทำการวันอังคาร, ศุกร์, เสาร์ และอาทิตย์)

Place : สารัตถะ สเปซ ตั้งอยู่ภายในโรงแรมรีโน (Reno Hotel) ซอยเกษมสันต์ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 1) เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงนี้ นิทรรศการขอความร่วมมือเข้าชมผ่านการจองล่วงหน้า ที่ : www.saratta.space/RSVP

Facebook : Saratta Space

Shares