Skip links

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

Way Back Home : ทางกลับบ้าน 

เขาไม่ใช่คนแรกที่คิดจะปลูกผักสลัดในอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร แต่คือคนแรกที่คิดจะปลูกผักสลัดอินทรีย์ท่ามกลางพื้นที่ที่ใครๆ ต่างบอกว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ ฟังดูเหมือนเรื่องราวในหนัง แต่จริงๆ แล้วมันเป็นจุดเริ่มต้นของ Fiew & Fight Organic Farm

ฟิว – กฤษฎาพร วงศธรวรรธ เกิดที่จังหวัดชุมพร แต่ย้ายไปเรียนไกลบ้านถึงโรงเรียนประจำในจังหวัดราชบุรีตั้งแต่มัธยมต้น เข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ เป็นคนไกลบ้านที่ไม่ค่อยได้กลับบ้าน จนกระทั่งเรียนจบปริญญาโทด้านพัฒนาการเศรษฐกิจ พ่อของเขาล้มป่วยกระทันหันด้วยโรคหัวใจ ทำให้เขาตัดสินใจกลับบ้านอีกครั้งในวัย 29 และนี่อาจหมายความถึงการกลับมาอยู่อย่างถาวร

ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่ฝันไว้ แต่เขาก็ตั้งใจว่า กลับบ้านคราวนี้ นอกจากจะได้ดูแลพ่อแล้ว จะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง เขาเดินหน้าศึกษาวิธีการทำเกษตรอินทรีย์อยู่หลายเดือน โดยมีแผนที่จะปลูกผักสลัดเป็นอย่างแรก พร้อมกับแรงกดดันจากครอบครัวและคนรอบข้างที่มักจะตอกย้ำเขาว่า ‘กลับมาทำไม ทำไม่ได้หรอก… ’ 

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

Mostly Rain in Chumphon : ฝน 8 แดด 4

แล้วหนุ่มจากเมืองกรุงก็ต้องพบความจริงที่ว่าสภาพภูมิอากาศของจังหวัดชุมพรบ้านเขาเป็นลักษณะ ‘ฝน 8 แดด 4’ ไม่เอื้ออำนวยใดๆ เลยสำหรับการปลูกผักสลัด ถ้าเทียบกับทางภาคเหนือหรืออีสาน เพราะอากาศค่อนข้างเย็นเกือบทั้งปี เหมาะแก่การปลูกผักสลัดมากกว่า แถมอากาศที่ร้อนชื้นทำให้แบคทีเรียและเชื้อราต่างๆ เติบโตได้ดี เกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย ส่งผลกระทบต่อการปลูกผักจำพวกใบ เมื่อผักใบไม่สวย ก็คงไม่มีใครอยากซื้อ ผักสลัดที่นี่จึงนิยมปลูกกินเองในครัวเรือนมากกว่าการปลูกเพื่อขาย 

ด้วยปัจจัยของภูมิประเทศและอากาศที่ว่ามา พื้นที่ส่วนใหญ่ในอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร มักจะปลูกทุเรียนกับปาล์ม พืชเศรษฐกิจที่เข้ากับสภาพแวดล้อม แต่ก็ต้องอาศัยสารเคมีกันแทบจะ 100%  

“ผักสลัดที่นี่จะปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) บนรางน้ำ ซึ่งยังมีการผสมสารเคมีในน้ำอยู่ ส่วนของผมจะเป็นการปลูกแบบลงดินโดยไม่ใช้สารเคมีเลย คนแถวนี้เขาว่าผมบ้าหมดแหละ บางคนบอก ‘เรียนจบก็สูง จะมาทำทำไม’ เกษตรจังหวัดยังบอกเลยว่า ‘น้องนี่แหละคนแรกที่คิดจะทำเกษตรอินทรีย์ที่นี่’”

เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าอุดมการณ์ของเขามันเป็นไปได้ แม้ว่าคนในพื้นที่รอบข้างหลายคนคิดว่าเขาเพี๊ยนไปแล้ว แต่เขายังมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์อยู่อีกคนที่คิดเหมือนกัน

“วัสดุธรรมชาติ… ถ้าเราใช้ประโยชน์จากมันอย่างถูกวิธี พอถึงเวลาหนึ่งมันจะปลดปล่อยพลังของตัวเอง พร้อมกับให้ประโยชน์กลับคืนมาอย่างคงที่และยั่งยืนกว่า”

ไฟท์ – วรินทร วงศธรวรรธ น้องชายของฟิวกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนงานพอดี หลังจากเรียนจบภาควิชาเครื่องกล สาขาธุรกิจวิศวกรรมและทำงานประจำได้หนึ่งปี ข่าวเรื่องพ่อไม่สบาย ทำให้เขาตัดสินใจกลับบ้านด้วยอีกคน

“ผมต่างกับพี่ตรงที่โตมากับครอบครัว จะห่างกันแค่ตอนไปเรียนมหาวิทยาลัย ถ้ามีเวลาหรือปิดเทอมก็กลับบ้านตลอด แต่ตอนที่กลับมา มันไม่ง่ายเลย เรียกว่าไม่เคยราบรื่นแม้แต่ครั้งเดียว ปีที่แล้วทั้งปีเจอปัญหาหนักมาก พอรวมกันหลายๆ เรื่องเราก็ท้อ แต่ไม่ถอยนะ พยายามคิดว่าจะหาทางออกยังไง การปลูกผักมันเหมือนวิทยาศาสตร์ ต้องทดลองทำไปเรื่อยๆ เพื่อหาสิ่งที่ใช่ที่สุด”

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’
Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

Chemical Valley : พื้นที่เคมี

มันคงมีคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงไม่กลับมาเพื่อสานต่อสิ่งที่พ่อแม่ทำไว้ ทำไมต้องมาลำบากเริ่มจาก 0 ด้วยตัวเองแบบนี้ 

“จริงๆ บ้านเราทำสวนปาล์ม ซึ่งมีระบบจัดการเป็นทางตรงอยู่แล้ว เจอหนอนก็ใส่ยา เจอโรคก็พ่นยา ใส่ปุ๋ย ไม่มีอะไรซับซ้อน สวนปาล์มง่ายกว่ามาก และเหมาะกับพื้นที่โซนนี้ พอถึงเวลาก็มีผลผลิตให้เดือนละครั้งสองครั้งโดยประมาณ เราแค่จ้างคนมาตัด เก็บขาย ส่วนสวนทุเรียนจะละเอียดอ่อนขึ้นมาหน่อย เช่น ใช้ยาตัวนี้หนอนไม่ตาย โรคไม่หาย หรือใส่ปุ๋ยตัวนี้แล้วลูกไม่โต แต่ถ้าจับทางได้แล้วก็ขายได้ รวยเลย ปาล์มยังพอใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากขี้ไก่ได้บ้าง ครึ่งๆ กับเคมี แต่มันสุดโต่งตรงที่การปลูกทุเรียนต้องใช้สารเคมีล้วนๆ 100% ถึงจะได้ประสิทธิภาพที่สุด ได้ผลผลิตดีที่สุด”

การจะไปเปลี่ยนสวนของพ่อให้หันมาเป็นอินทรีย์ทั้งหมดคงไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งคู่จึงขอแค่แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งมาทดลองกันเองเพื่อดูว่าพวกเขาจะสามารถทำอะไรกับอุดมกาณ์วิถีอินทรีย์ได้บ้าง เพราะอยากให้ทั้งครอบครัวเขา รวมถึงคนอื่นๆ ได้กินพืชผักที่ไม่มีโทษต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเริ่มจากการขอไปดูงานตามสวนอินทรีย์ต่างๆ ทั่วประเทศ และมีโอกาสได้เจอกับ ‘อาจารย์ยักษ์ – วิวัฒน์ ศัลยกำธร’ ยิ่งทำให้เชื่อมั่นในวิถีการทำเกษตรยั่งยืน ทั้งคู่จึงอยากนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ของตัวเองบ้าง 

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

“การทำเกษตรอินทรีย์ไม่ง่าย ถึงเราจะมีเงินทุนประมาณหนึ่ง ถ้าจ้างคนมาทำอย่างเดียว แต่ขาดความรู้ ไม่ลงมือทำเองก่อน วันหนึ่งมันมีสิทธิ์ล่มได้เหมือนกัน เงินที่มีก็สูญเปล่า แต่พอได้ไปเห็นคนที่เขาทำเกษตรอินทรีย์หลายคน ถึงจะอยู่ในพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย ทำไมเขายังอยู่ได้ เราคิดว่าเราก็น่าจะทำได้เหมือนกัน”

แต่อุปสรรคสำคัญของการทำเกษตรอินทรีย์ที่นี่คือ พอพื้นที่โดยรอบใช้สารเคมีกำจัดแมลงกันหมด ทำให้แมลงต่างๆ ไม่สามารถไปกินพืชผลทางการเกษตรของไร่อื่นได้ จึงหนีมากินผักในสวนของพวกเขาแทน 

“ปีที่แล้วทั้งปีเป็นอะไรที่หนักมาก ไหนจะหนอน แมลง ไหนจะเชื้อราที่มาแบบไม่ยั้ง ทำให้ผลผลิตเรายังถือว่าน้อยมาก ถ้าเทียบกับสวนที่ปลูกแบบไฮโดรฯ เราเลยต้องกลับมาเซ็ตระบบกันใหม่ทั้งหมด แต่อย่างน้อย การเจอปัญหาหนักๆ ก็ถือว่าเป็นการฝึกมือเราไปในตัวนะ”

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

New dawn : วันที่คลาย  

เกือบหนึ่งปีผ่านไป ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายและลงตัว พวกเขาเรียนผิดเรียนถูกกันจนเริ่มตอบตัวเองได้ว่าควรจะเดินต่อไปอย่างไร

“การทำเกษตรอินทรีย์ช่วยลดต้นทุนได้มากนะ เพราะเราไม่ต้องซื้อยาฆ่าหญ้า ไม่จำเป็นต้องซื้อปุ๋ยเคมี อะไรที่เหลือใช้จากสวนปาล์มของพ่อ อย่างทะลายปาล์ม ก็ไม่จำเป็นต้องเผาทิ้ง เอามาใช้ทำปุ๋ยหมักได้ ปุ๋ยเคมีกระสอบละ 1,000 บาท ปุ๋ยอินทรีย์ที่ขายกันตกกระสอบละ 500 บาท ถูกกว่ากันครึ่งๆ ขนาดนี้อยู่แล้ว พอเราทำปุ๋ยเอง ยิ่งลดต้นทุนลงไปอีก แถมยังช่วยเกษตรกรรอบข้างได้เยอะด้วย ชาวสวนเพื่อนบ้านอยากขอเอาไปใช้ เราก็ให้ ข้อดีของวัสดุธรรมชาติคือ ถ้าเราใช้ประโยชน์จากมันอย่างถูกวิธี พอถึงเวลาหนึ่งมันจะปลดปล่อยพลังของตัวเอง พร้อมกับให้ประโยชน์กลับคืนมาอย่างคงที่และยั่งยืนกว่า” 

“การใช้ปุ๋ยเคมี ในระยะยาวจะทำให้ดินค่อยๆ เสื่อมลง พอดินเสื่อม ดินแข็ง ดินเป็นกรด ไส้เดือนก็หาย ซึ่งไส้เดือนนี่แหละที่ช่วยพรวนดิน ช่วยย่อยสลาย ผลิตปุ๋ยให้ ถ้าไส้เดือนมาแปลว่าดินเราสมบูรณ์ การปลูกแบบอินทรีย์ เหมือนเราได้บำรุงดินไปด้วย ปลูกอะไรก็ขึ้น ปลูกอะไรก็งาม” 

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’
Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

หลังจากผ่านช่วงเวลายากลำบากมาได้ ตอนนี้ผลผลิตของพวกเขาเริ่มดีขึ้น ผักสลัดกำลังแข่งกันออกผลผลิต ไม่ว่าจะเป็น กรีนโอ๊ค (Green Oak Lettuce) เรดโอ๊ค (Red Oak Lettuce) คอส (Cos lettuce) รวมถึงผักที่ปลูกนอกโรงเรือนอย่าง บัตเตอร์นัท (Butternut Squash) เคล (Kale) สวิสชาร์ด (Swiss Chard) และเร็วๆ นี้ พวกเขากำลังจะปลูกผักพื้นบ้านให้มากขึ้น เช่น พริก คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ฯลฯ และจะมีแปลงดอกไม้สวยงามเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะด้วย

ก่อนหน้านี้ทั้งคู่รับออร์เดอร์ส่งผักต่างจังหวัดบ้าง ค่าส่งอาจสูงหน่อยตามระยะทาง แต่หากลูกค้ารับได้ พวกเขาก็ยินดีส่งให้ เพราะการขนส่งไปไกลๆ แต่ละครั้งต้องอาศัยการแพ็คอย่างดีในอุณภูมิเหมาะสมพอให้ผักยังคงรูปร่างหน้าตาดีอยู่ 

“เราเสียดายถ้าผักไปถึงมือคนกินแล้วมันเหี่ยว ไม่สวย เราเป็นคนปลูกก็อยากให้เขาได้กินของดีๆ ตอนนี้จึงเน้นรับออร์เดอร์ภายในอำเภอ และอำเภอใกล้เคียงก่อน เราขับรถไปส่งผักในเมือง แทบไม่ได้บวกค่ารถค่าอะไรเพิ่มเลย แถมไปส่งให้ถึงหน้าบ้าน ใจดีไปอีก แต่มันเหมือนสร้างแบรนดิ้งไปในตัว ลูกค้าเห็นหน้าเรา-คนปลูก เขาอยากได้ข้อมูลอะไร อยากรู้อะไร เราตอบได้หมด”

ตอนนี้ ฟิวและไฟท์ไปขายผักเองทุกวันศุกร์ตอนเช้าที่ตลาดนัดโรงพยาบาลหลังสวน อีกแห่งคือวัดคีรีวงก์ (วัดน้ำตก) วัดที่มีชื่อเสียงและจริงจังเรื่องการรักษาโรคด้วยสมุนไพร และเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านสมุนไพรพื้นบ้านที่สำคัญของอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เมื่อทางวัดทราบว่าพวกเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่ตั้งในปลูกผักอินทรีย์ ผักของฟิวและไฟท์จึงได้รับการบอกต่อ และได้รับอนุญาตให้ขายในวัดให้กับคนที่มารักษาด้วย

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

Under Construction : อยู่ระหว่างการพัฒนา

ด้วยความที่ภาคใต้ต้องเผชิญกับวิกฤติภัยธรรมชาติใหญ่ๆ อย่างฝนตกหนัก พายุเข้า น้ำท่วม ทั้งฟิวและไฟท์จึงเข้าร่วมเป็นจิตอาสาในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำอาสาสมัครเพื่อป้องกัน เตือนภัยและฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤติ หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) เพราะเวลาเกิดภัยพิบัติ อาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ Fiew & Fight Organic Farm จึงพร้อมช่วยเหลือคนที่ประสบภัยพิบัติด้วยพืชผักจากฟาร์มของพวกเขา ซึ่งทั้งคู่บอกว่าทุกอย่างอยู่ในขั้น ‘กำลังพัฒนา’ ในอนาคต อาจพัฒนาให้มีผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ เพิ่มมาด้วย รวมถึงการทำฟาร์มสเตย์ และท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพราะพื้นที่ถือว่าได้เปรียบ แม้จะไกลจากอำเภอเมือง แต่ก็ยังอยู่บนเส้นถนนใหญ่ เดินทางมาไม่ยาก

“ข้อเสียที่กลายมาเป็นข้อดีของคนเมืองอย่างหนึ่งคือเรารักความสบาย ถ้าหากมีเทคโนโลยีอะไรก็ตามที่ช่วยให้แก้ปัญหาโดยไม่ต้องเหนื่อยมากเราก็ยินดี ไม่เหมือนยุคพ่อแม่ที่ต้องลองผิดลองถูกเองทุกอย่าง ยุคเราโชคดีที่มีทั้งข้อมูลและเทคโนโลยีอยู่รอบตัวไปหมด อย่างโรงเรือนเดี๋ยวนี้ไฮเทคมาก มีมาตรวัดระบบน้ำ ระบบอุณหภูมิต่างๆ ที่จะบอกเราทุกอย่างผ่านแอพฯ บนมือถือ ถ้าใครมีพื้นที่ปลูกที่ใหญ่ และมีกำลังพอจะหามาได้ ก็จะทำให้ประหยัดแรงและเวลาขึ้นมาก” 

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

ด้วยพื้นที่โดยรอบที่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการทำเกษตร จนมันเข้าไปอยู่ในทุกอย่าง ในน้ำ ในดิน แม้กระทั่งปลิวมาตามลม งานสำคัญที่สองพี่น้องต้องทำในเวลานี้ นอกจากเรื่องคุณภาพของผลผลิตแล้ว ฟิวและไฟท์มีเวลาราว 6 เดือนในการขอการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีข้อแม้ว่าสวนของพวกเขาต้องปลูกต้นไม้สูงหลายชั้นเพื่อทำเป็นแนวกันชนธรรมชาติ ป้องกันแปลงผักจากละอองสารเคมีที่ปลิวมาในอากาศ การปลูกผักในโรงเรือน (มุ้ง) สามารถกรองสารเคมีจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง แต่การปลูกในแปลงด้านนอกก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ นี่คืองานหินอีกอย่างที่เราเอาใจช่วยให้พวกเขาจะทำมันสำเร็จ!

“ทำอาชีพนี้ใจต้องมา ถ้าใจไม่มาก็ล้มไปได้ง่ายๆ เลย แค่แดดร้อนก็ท้อแล้ว แต่ถ้าใครอยากทำเหมือนเรา เรายินดีจะบอกเขาเลยว่าต้นทุนมันไม่ได้สูง ถ้าอยู่อย่างพอเพียง คุณจะมีกินมีใช้ มีกำไรชีวิตเพิ่มขึ้นแน่นอน อย่างน้อยๆ การมีสุขภาพดีก็เป็นกำไรชีวิตแล้วนะ” 

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

Take your time, build the home : บ้าน

เมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย เราถามพวกเขาว่าการได้กลับบ้านอีกครั้ง เป็นความรู้สึกยังไง 

“ผมไม่เคยอยู่บ้านเลย ลึกๆ เเล้วเราเองก็อยากรู้ว่าคนที่อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเขารู้สึกยังไง พอกลับมา ถึงไม่ได้สวยหรูอย่างที่นึกไว้ แต่เราก็เรียนรู้ที่จะปรับความเข้าใจไปด้วยกัน ช่วงแรกๆ ท้อ คิดจะล้มเลิกตลอด อุปสรรคใหญ่คือการสื่อสารให้คนเข้าใจ เพราะไม่มีใครเชื่อว่าคนไม่มีประสบการณ์ทำเกษตรอย่างเราจะทำได้ บางทีทัศนคติหรืออุดมการณ์ไม่ตรงกันก็ทำให้ไปด้วยกันไม่ได้แล้ว”

“เราเลือกทำเกษตรอินทรีย์ ถ้าไม่ตั้งใจทำมากพอ มันไปรอดจริงๆ อย่างหนึ่งเลยคือรายได้ที่ไม่เสถียรเท่าเคมี แต่ในเมื่อเราเลือกทางนี้แล้ว ถ้าทำได้ มันจะยั่งยืน” ฟิวในวัย 30 บอก จากคนที่เคยใช้ชีวิตฟู่ฟ่าในเมืองหลวง วันนี้เขาเรียกตัวเองว่า ‘เกษตรกร’ อย่างเต็มปาก

ไฟท์ น้องชาย บอกว่าสำหรับเขา มันเป็นความรู้สึกเหมือนทุกครั้งที่ปิดเทอมแล้วได้กลับบ้าน 

“การกลับมาบ้านตอบโจทย์อีกอย่างคือชีวิตมันอิสระมากขึ้น เราคิดเอง ลงมือทำเอง ทำก็ได้ ไม่ทำก็คือไม่ได้ เราค่อยๆ ลดความเป็นคนเมืองในตัวเอง กลายเป็นว่าเราไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพื่อนที่นี่อายุรุ่นราวคราวแม่ แต่ข้อดีคือเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนตลอด เพราะเราเลือกกลับมาทำเกษตรอินทรีย์ตามวิถีพอเพียงเหมือนกัน ไม่มีอะไรหวือหวา แต่มันมีความสุข” เด็กหนุ่มวัย 25 ยิ้ม เป็นยิ้มบนใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

Young Folk Going Back to Root – Fiew & Fight Organic Farm การกลับบ้านของ 2 หนุ่มเมืองกรุงมาปลูกผักอินทรีย์ ในพื้นที่ที่ ‘เป็นไปไม่ได้’

Fiew & Fight Organic Farm

ตําบลวังตะกอ อําเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

Line Official: @fiewfightorganic

Facebook : Fiew Fight Organic Farm

โทร. 094-141-4565

Shares