Skip links

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’ การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

การมาร้านอาหารในเวลาเที่ยงเป็นอะไรที่ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากต่อสู้กับเสียงร้องจ๊อกๆ สลับโครกครากในท้องตัวเอง ขณะนั่งรออาหารก็มองพี่สาวที่กำลังเสิร์ฟอาหารด้วยความหวังว่ามันจะมาถึงโต๊ะเราเร็วๆ สักที

ระหว่างกูเกิลแม็ปพาเราเลี้ยวรถเข้ามาตามทางในซอยวัดเขากระจิว อำเภอท่ายาง ใจก็นึกสารภาพว่านอกจากข้าวแช่และขนมหวานขึ้นชื่อของเมืองเพชร ทัวริสต์อย่างเราเเทบไม่รู้เลยจริงๆ ว่าคนเพชรเขามีอาหารซิกเนเจอร์อะไรกันอีกบ้าง และมันจะน่าเสียดายอยู่เหมือนกัน ถ้าหากเรากลับบ้านไปโดยที่ยังไม่ได้ลิ้มลองของดีในแต่ละท้องถิ่นที่มาเยือน 

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

– 01 –

A Day After : หนึ่งวันก่อนหน้านี้

เหมือนพระเจ้ารู้ว่าเรากำลังจะสิ้นหวังแล้วกับการเสิร์ชหาร้านอาหารที่ใช่สักแห่งที่จะฝากท้องก่อนจากเมืองเพชรบุรีในวันรุ่งขึ้น ส่งร้านอาหารร้านหนึ่งเด้งขึ้นมาในหน้าฟีดของเรา ไม่รอช้า เรารีบติดต่อเจ้าของร้านทันที

“มาได้เลยครับ” 

“ขอบคุณนะคะ เจอกันค่ะ”
“แต่อย่าตามแม็ปในเพจมานะครับ มันปักไม่ตรง… ”

แล้วเราก็มาถึง ‘รัญจวนใจ Local Cuisine’ ร้านอาหารที่เรากำลังนั่งท้องร้องอยู่ตรงนี้ยังไงล่ะ

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

– 02 –

Once in the East : จากไปอีสาน

ที่นี่เป็นบ้านเกิดของ เชฟโย เปอร์โย – กริชณรงค์ จันทร์ปลูก และ นุ่น – เกสรา ม่วงน้อย ภรรยาของของเขา ทั้งคู่เป็นคนเพชรบุรีโดยกำเนิดเหมือนกัน เชฟโยทำร้านอาหารมาหลายร้านในเมืองเพชร หนึ่งในร้านที่ทำให้คนที่นี่รู้จักเขาก็คือร้านสเต็กชื่อว่า Six One Two Cafe เมื่อราว 5 ปีก่อน ฝีไม้ลายมือการทำอาหารฝรั่งของเขาไม่น่าจะธรรมดา เพราะบุคคลสำคัญหลายคนในเพชรบุรีมักจะเรียกใช้บริการให้เขาไปเป็น Private Chef ตามบ้านอยู่เสมอๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาตัดสินใจปิดร้านนั้น แล้วออกเดินทางไปหาประสบการณ์ในต่างถิ่น

“ผมทำอาหารฝรั่งจนรู้สึกว่ามันตายตัวแล้ว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นใหม่เลย จึงตัดสินใจไปอีสาน ไปเก็บประสบการณ์ใหม่ๆ ที่นั่น” เชฟโย ผู้กำลังยุ่งกับงานตรงหน้า ขณะที่มือทำอาหาร ขาก็เดินไปหยิบโน่นหยิบนี่ง่วนอยู่ในครัว  

“ผมไปเป็นหัวหน้าเชฟที่ร้านอาหารร้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี แล้วเขาก็ส่งผมไปเรียนทำอาหารกับเชฟหนุ่ม – วีระวัฒน์ และ เชฟโจ้ – วรวุฒิ ตริยเสนวรรธน์ สองพี่น้องเจ้าของร้านหมากแข้ง by ซาหมวยแอนด์ซันส์ เขาเป็นเชฟที่เก่งเรื่องทำอาหารไทยโบราณ การใช้สมุนไพร การทำอาหารให้เป็นยา ผมได้เรียนรู้อะไรจากเขาเยอะมาก” 

ตอนแรกเขาจะตั้งชื่อร้านนี้ว่า ‘รัญจวนใจ Food Lab’ เพราะที่นี่เหมือนห้องทดลองเล็กๆ ที่ใช้ทดลองสูตรอาหารของเขาเองในแต่ละวัน ซึ่งเมื่อมองไปรอบๆ มันก็เป็นห้องทดลองอย่างที่เขาว่าจริงๆ จากเชฟร้านอาหารฝรั่ง เขาต้องเรียนรู้กระบวนการทำอาหารไทยใหม่ทั้งหมด 

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

“ตอนที่อยู่อีสาน ผมได้เห็นว่าทางนั้นเขามีความหลากหลายทางวัตถุดิบมาก แค่ผักอย่างเดียวก็นับไม่ถ้วนแล้ว ถ้าเทียบกับคนในเมืองที่กินผักกันอยู่ไม่กี่อย่าง ผักสลัด ผักคะน้า ผักบุ้ง ใบกะเพรา พอกลับมามองที่บ้านเกิดเรา เฉพาะที่เพชรบุรีเอง ก็ยังมีผักอะไรอีกตั้งมากมายที่คนยังไม่รู้จัก เรามีภูมิปัญญาชาวบ้านหลายอย่างมไม่แพ้อีสาน อย่างการทำกระแช่ การดองเหล้าป่า ผมมองว่าอาหารไทยมันน่าจะมีมูลค่ามากกว่านี้ แต่คนกลับไปให้มูลค่ากับอาการฝรั่งซะเยอะ ทั้งที่อาหารไทยยุ่งยากกว่า ซับซ้อนกว่า คนกลับไม่ให้มูลค่ามันเลย” 

“ผมเรียนกับเชฟหนุ่มก็จริง แต่เชฟไม่ได้บอกอะไรมาก เขาสอนแค่หลักการกับแนวคิด การใช้สมุนไพร จำได้ว่าไปเรียนวันแรก เชฟบอก ‘มึงรู้จักพริกแกงอะไรบ้าง ตำมาให้หมด’ โห ผมกินพริกแกงมาทั้งชีวิตแต่ไม่เคยตำพริกแกงเอง ก็ซื้อตามตลาดเหมือนคนทั่วไปนี่แหละ ผมนี่น้ำตาคลอเบ้าเลย ตำไปกี่อย่างเชฟก็บอกว่ายังใช้ไม่ได้ (หัวเราะ)” 

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

– 03 –

Burn like Fire : ทำอาหารต้องใช้ไฟแรง!

หนุ่มเมืองเพชรกลับบ้านมาพร้อมวิชาที่ไปร่ำเรียนในเเดนอีสาน เปิดร้านนี้ด้วยไฟเต็มเปี่ยมที่อยากนำภูมิปัญหาเหล่านั้นมาผสมกับวิทยาศาสตร์ของการทำอาหารเพื่อเรียกมูลค่าของอาหารไทยกลับมา

“อย่างเมื่อก่อนถ้าทอดเนื้อไปเลย ก็จะได้รสชาติแบบเนื้อทอดจริงๆ แต่พอเปลี่ยนเป็นเอาเนื้อไปซูวีก่อน (Sous Vide – การทำให้อาหารสุกช้าๆ ในน้ำที่อุณหภูมิยังไม่ถึงจุดเดือด เพื่อรักษาความฉ่ำของวัตถุดิบ ไม่ให้แข็งหรือด้านเกินไป) แล้วค่อยเอาไปเซียร์นิดเดียว  (Sear – การจี่ในกระทะด้วยความร้อนสูงโดยไม่ใช้น้ำมัน) พอเอาวิธีการพวกนี้มาใช้ มันก็จะกลายเป็นอาหารไทยที่มีสัมผัสและรสชาติซับซ้อนขึ้น” 

“นอกจากนวัตกรรมอาหาร ผมอยากชูวัตถุดิบตามฤดูกาล กับวัตถุดิบท้องถิ่นในเพชรบุรีทั้งหมดด้วย อย่างปลาเห็ดโคน หรือปลาทรายที่คนรู้จัก ตอนนี้กำลังขึ้นเลย ผมกะว่าจะเอามาย่าง เพราะเนื้อมันใกล้เคียงกับปลาไหลญี่ปุ่น นำมาแร่วิธีการเดียวกับการแร่ปลาไหล เรามีปลาดุกบ้าน ที่ผมว่าเนื้อดี หนังกรอบ คล้ายปลาไหลญี่ปุ่น ก็น่าจะทำได้เหมือนกัน แต่วิธีนี้ผมต้องไปบอกชาวประมงก่อนว่าผมอยากแร่ปลาแบบนี้นะ มีวิธีการฆ่าแบบนี้นะ แล้วจะเอาเนื้อมาทำอะไร”

“แล้วเขางงมั้ย?” เราถาม 

“งงครับ ดูเหมือนเขาจะยังไม่เข้าใจผมเท่าไร (หัวเราะ) ผมตั้งใจว่าตอนแรกจะเปิดร้านแค่ 4 วัน แล้วที่เหลือออกไปเสาะหาวัตถุดิบเลย ได้อะไรมาก็เอาอันนั้นมาทำ อย่างที่เห็นในเมนูก็จะตั้งชื่อวัตถุดิบตามฤดูกาล”

เราเชื่ออย่างหนึ่งว่าเชฟที่เก่ง ต้องไม่ใช่แค่ทำอาหารเป็น แต่ยังต้องมีเซ้นส์ของการชูให้วัตถุดิบเหล่านั้นได้ทำหน้าที่ของมันด้วย

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

– 04 –

Food Lab : ห้องทดลองริมทุ่ง

แล้วอาหารก็มาถึงโต๊ะเราสักที เชฟโยบอกว่าตามหลักแล้วอาหารไทยโบราณจะออกรสชาติผู้ดีๆ นุ่มนวล แต่เขาตั้งใจทำให้มันเป็นรสชาติแบบเมืองเพชร คือจัดจ้านขึ้นมาหน่อย และรสออกหวาน อย่างเมนู ‘ข้าวผัดชะอำ’ ที่เหมือนข้าวผัดสับปะรด แต่ใส่ผงกระหรี่ กุนเชียง หมูฝอย เสิร์ฟกับกุ้งย่างผงกระหรี่หอมๆ สับปะรดหวานฉ่ำ 

ที่นี่ก็ไม่ได้มีเมนูอาหารไทยไปหมด ‘ทิกก้ามาซาล่า’ แกงไก่เข้มข้นแบบอินเดียกินกับแป้งนาน (Naan) และตัดเลี่ยนด้วยสลัดแตงกวาน้ำผึ่งชันโรง บางวันเป็นสลัดสับปะรด เพราะถึงแม้จะหลงใหลในอาหารไทยโบราณ แต่เขาก็ยังชอบไอเดียของการเป็น Food Lab ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทำอาหารได้อย่างไม่มีขีดจำกัด  

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

อีกหนึ่งวัตถุดิบที่ถ้ามาเมืองเพชรแล้วไม่ลองไม่ได้เลยคือ ‘มะแขว่น’ หรือพริกพราน ครื่องเทศรสเผ็ดซาบซ่า คล้ายพริกบักแขว่นของภาคเหนือกับหม่าล่าของจีนเสฉวน ที่เชฟโยได้แรงบันดาลใจมาจากคุณยายของเขาผู้เป็นคนลาวโซ่ง (ไทยทรงดำ) ในจังหวัดเพชรบุรีแท้ๆ แล้วต้นมะแขว่นก็ปลูกมากอำเภอเขาย้อย บ้านเกิดของเขา 

“ถ้าไปแถวเขาย้อยบ้านผม เขาจะนำมะแขว่นมาทำน้ำพริกแจ่วที่เรียกว่าแจ่วด้าน หรือแจ่วมะเอือดด้าน ผมกินมะแขว่นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แต่สำหรับคนทั่วไปอาจยังไม่รู้จัก” มะแขว่นที่เขาได้มาจากอำเภอหนองหญ้าปล้อง นำมาทำ ‘ข้าวหน้าหมูซอสมะแขว่น’ กินกับไข่เป็ดดาวเยิ้มๆ ดีต่อไตมาก

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

เมนู ‘ข้าวหน้าเนื้อย่าง 6 โมงเช้า’ เป็นข้าวหน้าเนื้อที่เชฟโยตื่นออกไปซื้อที่ตลาดตอน 6 โมงเช้า เพื่อจะได้เนื้อส่วนนี้มา เป็นเนื้อของคนอิสลามที่ตำบลท่าแร้ง ซึ่งจะเชือดวัวกันตอนเช้ามืด ประมาณว่าใครไปก่อนได้เลือกส่วนที่ดีก่อน เชฟว่าเนื้อจะเหนียวกว่าเนื้อวัวนอก แต่เขาเอาไปซูวี 3 ชั่วโมง ให้เนื้อนุ่มได้ที่ ตั้งใจให้คนไทยได้กินเนื้อวัวไทยที่ถ้านำมาปรุงดีๆ ก็อร่อยไม่แพ้เนื้อวัวนอกเลย 

“พอได้ตื่นไปตลาดเช้า เราจะพบอะไรดีๆ เยอะเเยะ จะเจอชาวบ้านที่เขาเก็บผักจากสวนมาขายเอง ทำให้รู้ว่าหน้านี้มีผักอะไร เอามาทำอะไรได้บ้าง บางวันมีผักแปลกๆ ที่เก็บมาจากริมรั้ว บางวันมีคนเชือดไก่งวงมาขาย การเดินตลาดเองทำให้มีไอเดียใหม่ๆ ในหัวทุกวัน” 

“ผมไปซูเปอร์มาร์เก็ตน้อยมาก ทั้งที่มันง่ายกว่าไปตลาด สั่งแล้วมาส่งเลย แทบไม่ต้องไปเอง แต่เราก็จะเจอกับวัตถุดิบเดิมๆ ซ้ำๆ กันทุกวัน มันคิดอะไรใหม่ไม่ออก” 

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

ในหน้าร้อนอบอ้าวสลับฝนช่วงนี้ ภรรยาผู้เคยเป็นบาริสต้ามาก่อนจะเป็น ‘แผนกเครื่องดื่ม’ เสิร์ฟ ‘น้ำรัญจวน’ ที่ทำจากดอกดาหลา ใส่ขิง มาให้เราดื่มเย็นๆ ไม่หวานมาก หอมละมุนชื่นใจ เราเพิ่งรู้ว่าดอกดาหลาที่มีรสเปรี้ยว ใช้กินเป็นยาถ่ายก็ได้ แล้วในเพชรบุรีก็มีขายแค่เฉพาะวันโกนเท่านั้น ชาวบ้านจะซื้อไปไหว้พระกัน เชฟบอกว่าถ้าซื้อไม่ทันวันโกน มันก็จะไม่มีแล้ว 

นอกจากดาหลา ในขวดโหล เราแอบเห็นลิ้นจี่ กับมะม่วงหาวมะนาวโห่ ที่เชฟโยนำมาดองเหล้านาน 6 เดือน ไว้ใช้ทำเมนูเครื่องดื่ม อีกโหลหนึ่งมีน้ำส้มดองสับปะรดและมะเเขว่น ไว้ใช้ทำน้ำอาจาด

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี
‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

มองไปบนชั้นในครัวก็เห็นบรรดาขวดโหลต่างๆ วางเรียงราย บนชั้นมีน้ำปลาที่เรียกได้ว่า ‘โคตรโลคัล’ (Local) จากที่ต่างๆ สุพรรณบุรี พัทลุง เพชรบุรี ราชบุรี ไม่ว่าเขาไปจังหวัดไหนก็จะไปหาน้ำปลาของจังหวัดนั้นมาเก็บไว้ แถมกำลังดองนำ้ปลาและซีอิ๊วเองไว้ใช้เองอีกด้วย

นอกจากนั้นก็ยังมีบรรดาเครื่องเทศต่างๆ เต็มไปหมด ราวกับเป็นห้องทดลองที่เต็มไปด้วยของสะสมของเขา “พอคนเริ่มซาที่ร้าน ผมก็จะทำเดโมอาหาร มันเหมือนคิดอยู่ในหัวตลอดเวลา แต่บางอย่างก็ทำออกไปไม่ได้ เพราะทำไม่ทันจริงๆ อย่างเสาร์-อาทิตย์ บางทีลูกค้ามานั่งรอแล้วรออีกเมื่อไรจะได้กิน ผมก็เกรงใจเขามากๆ อยากให้ได้กินอาหารของผมกันทุกคน”

จริงอย่างที่เขาว่า เพราะตั้งแต่เรามาถึงจนถึงตอนนี้ เชฟโยค่อนข้างยุ่งเหยิงกับการหันซ้ายหันขวาหมุนไปหมุนมาอยู่ในครัวคนเดียว ราวกับกำลังเต้นบัลเลต์ ขณะที่ภรรยาของเขาก็เต้นบัลเลต์อยู่ในสเตชั่นเครื่องดื่มสลับกับเดินเสิร์ฟเองทุกโต๊ะไม่หยุด

เราสังเกตว่าผักของเขาค่อยๆ บรรจงหั่นใหม่หมดทุกจาน ไม่มีการหั่นทิ้งไว้ให้ผักเหี่ยว อาหารแทบทุกอย่างทำใหม่ ค่อยๆ ทำอย่างประณีตทีละจานๆ เศษอาหารเหลือ เศษผักเหลือ เขาแยกเอาไปให้หมูกิน และเขาพยายามให้ลูกค้าที่ซื้อกลับบ้านนำกล่องพลาสติกมาเองถ้าเป็นไปได้

เพราะความใส่ใจรายละเอียดระดับ Full HD แบบนี้ไง ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาจะยุ่งมากสักหน่อย… ยังไม่พอ เขามีแผนว่าจะทดลองปลูกผักสำหรับใช้ทำอาหารด้านหลังร้านนี้ด้วย 

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

“แล้วถ้ามันเวิร์ค ผมก็จะแนะนำให้ชาวบ้านแถวนี้เขาปลูก หรือให้เขาเอาผักของเราไปใช้ได้ ใช้ของจากในสวนเรา จากคนในหมู่บ้าน ชาวบ้านก็มีรายได้ ผมก็ได้ของดีมาทำอาหาร มันเป็นที่มาของแนวคิด Local Cuisine นี่แหละ” 

เร็วๆ นี้เขาตั้งใจว่าจะทำอาหารเสิร์ฟเป็นสำรับ มีของกินเล่น จานหลัก มีขนม มีเครื่องดื่ม แต่เป็นสำหรับแบบบ้านๆ เป็นอาหารไทยโบราณ อาหารชาววัง เปิดวันละ 2-3 รอบ รอบละ 5 โต๊ะ อะไรแบบนั้น เป็นธีม ‘สำรับในพระพุทธเจ้าหลวง’ ได้ไอเดียมาจากหนังสืออาหารชาววัง โดยกะจะเปิดข้างๆ ขายพิซซ่า 

“เพราพิซซ่าเป็นเมนูติดตัวผมจากที่เคยทำร้านอาหารฝรั่งมาก่อน สำหรับคนที่มาไม่ทันอาหารสำรับหรือไม่ได้จองไว้ เผื่อคนมาร้านตั้งใจจะมากินแล้วเขาไม่ได้กิน ผมก็ยังทำพิซซ่าให้เขากินได้”

เชื่อหรือยังว่าโปรเจ็กต์ของเชฟหนุ่มเมืองเพชรคนนี้เยอะเหลือเกิน 

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

– 05 –

Home is where the chef is : บ้านเกิด

“ผมเปิดร้านนี้เหมือนสนอง Need ตัวเอง บางทีไปเห็นวัตถุดิบอะไรบ้านเพื่อน ทำให้รู้ว่า อ๋อ บ้านเพื่อนกินแบบนี้ บ้านเรากินแบบนี้ มันเป็นคัลเจอร์ที่แตกต่างหลากหลาย เหมือนการคดข้าว บางบ้านขูดข้าวเป็นฝอยๆ ก่อน บางข้าวตักเป็นก้อน แต่ละบ้านถูกสอนมาไม่เหมือนกัน ผมก็เลยอยากเอาความไม่เหมือนกันเลยเหล่านั้นมาใช้กับร้านนี้” 

หลังสงครามสงบ คนเริ่มทยอยกลับ เชฟโยที่เพิ่งจะได้พักปาดเหงื่อบอกกับเราว่า ก่อนจะเปิดร้านนี้ เขาคิดว่าคงไม่มีใครมากินหรอก ทีแรกตั้งใจจะทำร้านไดเนอร์ (Diner) ขายอาหารอเมริกัน เบรคฟาสต์จ๋าๆ ริมทางหลวงด้วยซ้ำ เราแอบนึกในใจโดยไม่ได้บอกเขาว่าโชคดีที่เขาไม่ทำ เพราะไม่งั้นเราและอีกหลายคน คงไม่ได้กินอาหารไทยอร่อยๆ จากคนที่มองเห็นคุณค่าของท้องถิ่นตัวเองแบบนี้

“แต่ร้านนี้มันเป็นความฝันของผม ผมฝันจะทำมานานแล้ว ตอนแรกมีแต่เพื่อนมากิน 3 โต๊ะ ทั้งร้าน แล้วดูตอนนี้สิ (หัวเราะ)”

‘รัญจวนใจ Local Cuisine’  การกลับบ้านมาเสาะหาวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนสามน้ำ จังหวัดเพชรบุรี

รัญจวนใจ Local Cuisine

77/7 หมู่ 6 ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เข้าซอยวัดเขากระจิวเข้ามาประมาณ 500 เมตร ร้านอยู่ขวามือ (จุดสังเกตคือมีร้านท่ายางค้าไม้อยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงหน้าปากซอย) 

เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา : 11.00 – 19.30 น. แต่ถ้าวันไหนวของหมดเร็ว ก็อาจจะปิดเร็ว ทางที่ดี เราแนะนำว่าให้เช็คจากเพจร้านที่ : รัญจวนใจ Local Cuisine หรือ โทร. 095-505-5713 ไปถามเชฟก่อนเพื่อความชัวร์ จะได้ไม่ไปเก้อนะจ๊ะ!

Shares